ปักกิ่ง - ขงจื๊อกล่าวไว้เมื่อกว่า 2,000 ปีที่แล้วว่า "หยานปีซินซิงปีกั๋ว"
ซึ่งหมายความว่า "คนเราต้องรักษาคำพูดและมุ่งมั่นตั้งใจทำงาน"
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวว่า อารยธรรมจีนเน้นย้ำว่า “ต้องรักษาคำพูด
ต้องทำตามคำมั่นสัญญา” และ “คนที่ไม่ซื่อสัตย์เป็นคนที่ไม่น่าเชื่อถือ”
จีนยังคงยึดมั่นในวลีดังกล่าวตลอดกระบวนการพัฒนาประเทศ
โดยแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5
ปีเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าจีนทำตามคำมั่นสัญญาอย่างไร
รักษาคำมั่นสัญญา
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี
เป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบการปกครองของจีน โดยมีการพัฒนาขึ้นทุก ๆ
ห้าปีนับตั้งแต่ปี 2496 เพื่อกำหนดเป้าหมายการเติบโตและนโยบายการพัฒนาของประเทศ
โดยมีการจัดทำแผนพัฒนาและใช้งานรวม 13 ฉบับ แม้จะมีการยกเว้นในช่วงปี 2506 ถึง
2508 ก็ตาม
ตัวอย่างเช่น การต่อสู้กับความยากจนในประเทศ
ด้วยการนำพาชาวบ้านในชนบททั้งหมดหลุดพ้นจากความยากจนภายในปี 2563
ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2559-2563)
โดยผู้ยากไร้ที่อาศัยอยู่ในชนบทเกือบ 100
ล้านคนได้ก้าวขึ้นมาอยู่เหนือเส้นแบ่งความยากจนในปี 2563
หลังการดำเนินงานต่อเนื่องยาวนาน 8 ปี
นอกจากนี้ จีนยังรักษาคำมั่นสัญญาในพันธกิจระดับโลก
ในการประชุมโลกร้อนที่โคเปนเฮเกน (Copenhagen Summit) เมื่อปี 2552 นั้น
จีนตั้งเป้าว่าภายในปี 2563
จีนจะใช้พลังงานที่ไม่ได้มาจากเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ระดับ 15%
และลดความเข้มข้นของคาร์บอน 40-45% เมื่อเทียบกับปี 2548
ซึ่งข้อมูลสถิติของจีนในปี 2562 ระบุว่าจีนทำได้ 15.3% และ 48.1% ตามลำดับ
ซึ่งหมายความว่าจีนบรรลุเป้าหมายและทำได้เกินเป้าหมายก่อนกำหนดเวลา
นอกจากนี้ กระทรวงสิ่งแวดล้อมและนิเวศวิทยา ระบุว่า เมื่อเทียบกับปี 2548
จีนปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหน่วยผลิตภัณฑ์มวลรวมลดลง 48% ในปี 2562
ซึ่งหมายความว่าจีนบรรลุเป้าหมายก่อนกำหนดในปี 2563
แผนพัฒนาระยะ 5 ปี ฉบับที่ 14 คือคำมั่นสัญญาใหม่ที่ต้องรักษาให้ได้
ในปี 2564 จีนเริ่มการเดินทางครั้งใหม่เพื่อสร้างชาติสังคมนิยมที่ทันสมัย
ผ่านแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2564-2568)
จีนจะบรรลุเป้าหมายที่เป็นรูปธรรมในช่วงหลายปีข้างหน้า อาทิ
การรักษาอัตราว่างงานในเขตเมืองให้ต่ำกว่าระดับ 5.5%
และการใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาเติบโตแตะ 7% ต่อปี
นอกจากนี้ จีนยังให้คำมั่นว่าจะลดการใช้พลังงานต่อหน่วยผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ลง
13.5% และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลง 18%
เพื่อสร้างเศรษฐกิจสีเขียวและปูทางไปสู่การบรรลุเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนระยะยาวภายในปี
2573
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง
กล่าวในการประชุมสุดยอดผู้นำด้านสภาพภูมิอากาศเมื่อเดือนเมษายนว่า
"จีนจะพยายามอย่างเต็มที่ในการบรรลุเป้าหมายปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงสุดภายในปี
2573 และบรรลุเป้าหมายเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2603"
เพื่อบรรลุเป้าหมายอันยิ่งใหญ่เช่นนี้ จีนจำเป็นต้องทำงานอย่างหนักตามคำมั่นสัญญา
“ภายใต้แผนพัฒนาระยะ 5 ปี ฉบับที่ 14 เราต้องเน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง
เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากการพัฒนา
เราต้องพยายามอย่างหนักเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน
พร้อมกับส่งเสริมการพัฒนาที่มีคุณภาพสูง
และเราต้องให้ความสำคัญมากขึ้นกับปัญหาปากท้องซึ่งประชาชนส่วนใหญ่กังวล
ด้วยการใช้มาตรการที่ตรงเป้ากว่าเดิม ทยอยผลักดันพวกเขาให้ก้าวไปข้างหน้า
และทำงานอย่างหนักต่อเนื่องทุกปี เพื่อให้คนของเราสมหวัง มีความสุข
และมีความมั่นคงมากขึ้น" นายสี จิ้นผิง กล่าว
ข้อมูลจาก: พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์