วันเสาร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2564

นักวิชาการ CMMU ชูโครงการ “คลังคำศัพท์ภาษามือเรื่องการจัดการ” หนุนผู้พิการหูหนวก เปลี่ยนความบกพร่องให้เป็นทุนของประเทศ




หนึ่งในเป้าหมายของการพัฒนาอย่างยั่งยืน ขององค์การสหประชาชาติ คือเรื่องของ Quality Education หรือ การสร้างหลักประกันว่าทุกคนมีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทียม และสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งเป็นเป้าหมายที่วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล หรือ ซีเอ็มเอ็มยู (CMMU) ให้ความสำคัญอยู่เช่นกัน เนื่องในวาระครบปีที่ 25 ที่ ซีเอ็มเอ็มยู มุ่งผลิตบุคลากรที่มีศักยภาพสูงเพื่อธุรกิจยุคใหม่ พร้อมขยายเป้าหมายมุ่งพัฒนาสังคมและธุรกิจสู่ความยั่งยืน จึงนับเป็นโอกาสอันดีที่วันนี้จะชวนทุกคนร่วมพูดคุยกับ ผศ.ดร.บุริม โอทกานนท์ รองคณบดีงานสนับสนุนการศึกษาและวิชาการ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนจุดบกพร่องทางการได้ยิน สู่โอกาสทางการศึกษา เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าของผู้พิการด้วยความยึดมั่นในปรัชญาของมหาวิทยาลัยที่ว่า “ความสำเร็จที่แท้จริงอยู่ที่การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ เพื่อประโยชน์สุขแก่มวลมนุษยชาติ” นำไปสู่การริเริ่มการพัฒนาโครงการ “คลังคำศัพท์ภาษามือด้านการจัดการ”

• โอกาสที่ขาดหายไป... จากความบกพร่องที่เลือกไม่ได้

ผศ.ดร.บุริม โอทกานนท์ หัวหน้าโครงการวิจัยเรื่องการใช้ศักยภาพของอุดมศึกษา เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อยกระดับการเรียนรู้ และการทำงานสำหรับผู้พิการ เล่าถึงที่มาของการพัฒนา “คลังคำศัพท์ภาษามือด้านการจัดการ” ว่า จากผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี 2563 พบจำนวนผู้พิการในประเทศไทยนั้นมีอยู่ประมาณ 3.7 ล้านคน โดยกลุ่มผู้พิการทางการได้ยินนั้นคิดเป็นร้อยละ 18.8 ของประชากรผู้พิการทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีสถิติของกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ในปี 2562 ที่ชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยมีผู้พิการที่ได้เข้าสู่ระบบการจ้างงานจำนวนน้อย โดยผู้พิการที่ได้เข้าสู่ระบบการจ้างงานมีเพียงร้อยละ 24.5 ทั้งนี้ในจำนวนดังกล่าวพบว่าผู้พิการส่วนใหญ่จำนวนร้อยละ 71 จบการศึกษาในระดับประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาเพียงเท่านั้น ซึ่งหมายความว่ากลุ่มคนเหล่านี้ยังมีความรู้ที่น้อย ส่วนผู้พิการที่มีการศึกษาสูงกว่าระดับชั้นมัธยมศึกษาพบเพียงร้อยละ 3.3 ซึ่งเป็นจำนวนที่ค่อนข้างน้อย ทั้งนี้จำนวนนักเรียนผู้มีความบกพร่องทางการได้ยินทั่วประเทศส่วนใหญ่จบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ในขณะที่อัตราการเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากข้อมูลการสำรวจของทีมวิจัย พบว่าอยู่ที่ร้อยละ 7.2

จากสถิติดังกล่าวที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าการมีต้นทุนทางการศึกษาที่น้อยก็จะส่งผลให้โอกาสยิ่งน้อยตามไปเช่นกัน ยกตัวอย่างเรื่องการเข้าถึงเรื่องของเงินทุน ภาครัฐ หรือแม้กระทั่งโอกาสในการทำงาน เพราะบริษัทส่วนใหญ่ยังคงใช้วิธีคิดในการจ้างงานแบบคนทั่วไป คือ หากคุณจะทำงานคุณต้องจบปริญญาตรี ปวช. หรือ ปวศ. เท่านั้น ซึ่งกลุ่มผู้พิการเหล่านี้จบเพียงแค่ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เพราะฉะนั้นแล้วเมื่อกลุ่มผู้มีความบกพร่องทางการได้ยินไม่มีการศึกษาในระดับที่สูงมากพอ สุดท้ายแล้วการทำงานของผู้พิการทางการได้ยินจึงเป็นอาชีพที่เน้นใช้ทักษะมากกว่าการใช้ความรู้ นอกจากนี้การขาดความรู้และคำที่จะใช้ในการสื่อสาร ทำให้ผู้พิการทางการได้ยินต้องเผชิญกับปัญหาหลายอย่างในการดำรงชีวิตประจำวัน เช่น การถูกละเมิดสิทธิ การถูกเอาเปรียบ การถูกดูแคลน การถูกเลือกปฏิบัติ หรือการถูกกีดกันออกจากสังคมที่มีการสื่อสารคนละแบบ การมีความรู้เพิ่มและการเพิ่มความสามารถในการสื่อสารจึงอาจเป็นส่วนหนึ่งในการลดปัญหาที่ผู้พิการทางการได้ยินกำลังเผชิญอยู่ นอกจากนี้การศึกษายังสามารถสร้างและขยายโอกาสในการทำงานในระดับที่สูงขึ้น และมีศักยภาพในการเป็นเจ้าของกิจการเพิ่มมากขึ้น

• เติม ‘องค์ความรู้’ ให้ผู้พิการ นอกจาก ‘ทักษะ’

ผศ.ดร.บุริม เล่าต่อว่า โครงการ “คลังคำศัพท์ภาษามือด้านการจัดการ” มีจุดเริ่มต้นจากความต้องการที่จะสอนภาษามือให้กับผู้พิการทางการได้ยินในเรื่องของการจัดการ เพื่อให้พวกเขาได้มีโอกาสในชีวิตมากขึ้น เนื่องจากมีผู้พิการทางการได้ยินจำนวนน้อยที่มีการศึกษาในระดับสูง จึงทำให้ผู้พิการกลุ่มนี้ขาดโอกาสในการที่จะทำงานในลักษณะงานที่เป็นผู้สั่งการ ผู้ควบคุม ในระดับหัวหน้างาน ผู้จัดการ ผู้อำนวยการ หรือแม้กระทั่งการเป็นเจ้าของกิจการที่มีขนาดกลางถึงใหญ่ งานที่ผู้พิการกลุ่มนี้ทำส่วนใหญ่จึงเป็นงานลักษณะที่ทำซ้ำ ๆ ใช้เพียงแค่ทักษะ (Skilled Worker) ดังนั้นการเสริมองค์ความรู้ภาษามือเรื่องการจัดการนั้น เพื่อเป็นการยกระดับให้กลุ่มผู้มีความบกพร่องทางการได้ยินให้มีโอกาสก้าวหน้าในบริษัทได้ เราอยากให้เขาเป็นผู้ประกอบการที่เลี้ยงชีพด้วยตัวเขาเองได้ โดยเป้าหมายสูงสุดคืออยากเห็นผู้พิการหูหนวกเป็นเจ้าของสตาร์ทอัพที่อาจจะรับผู้พิการหูหนวกเข้ามาเป็นผู้จัดการ หรือแม้กระทั่งรับคนปกติทั่วไปเข้าไปทำงานเป็นลูกน้องเขาก็ได้ การมีความรู้เพิ่มและการเพิ่มความสามารถในการสื่อสารจึงอาจเป็นส่วนหนึ่งในการลดปัญหาที่ผู้พิการทางการได้ยินกำลังเผชิญอยู่ นอกจากนี้การศึกษายังสามารถสร้างและขยายโอกาสในการทำงานในระดับที่สูงขึ้น และมีศักยภาพในการเป็นเจ้าของกิจการเพิ่มมากขึ้น

“ในแง่ของมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นหน่วยงานของภาครัฐเราเชื่อว่า การให้ความรู้คนเป็นสิ่งที่จะทำให้คนมีโอกาสในชีวิต และมีความสามารถเชิงความคิดเพิ่มมากขึ้น ถ้าคนพิการทางการได้ยินมีความรู้มากขึ้น เขาจะมีโอกาสในชีวิตที่ดีขึ้นและทำงานได้ดีขึ้น” ผศ.ดร.บุริม โอทกานนท์

• นำร่องโมเดลประเทศไทย สู่ Dictionary “การจัดการ” ระดับสากล

โครงการ “คลังคำศัพท์ภาษามือด้านการจัดการ” ประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 7 กิจกรรม คือ 1. การพัฒนากระบวนการออกแบบการสร้างคลังคำศัพท์ภาษา 2. การพัฒนาชุดความรู้เรื่องการจัดการจำนวน 2 ชุดความรู้ 3.การสอนเนื้อหาให้คุณครูผู้สอนภาษามือ 4.การพัฒนาคลังคำศัพท์ 5.การจัดทำคู่มือคำศัพท์ภาษามือด้านการจัดการ 6.การจัดทำสื่อการสอนคำศัพท์ภาษามือด้านการจัดการ และ 7. กระบวนการทดลองใช้กับผู้พิการทางการได้ยิน โดยในขณะนี้อยู่ในระหว่างขั้นตอนการสอนเนื้อหาด้านการจัดการให้กับคุณครูผู้สอนภาษามือและการพัฒนาคลังคำศัพท์ภาษามือด้านการจัดการให้กลายเป็นภาษามือกลางในเรื่องของการจัดการที่ผู้พิการใช้ในรูปแบบเดียวกันทั่วประเทศ

“นอกจากนี้ยังมุ่งหวังให้โครงการนี้เป็นต้นแบบที่จะขยายไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน ซึ่งมีจำนวนผู้พิการทางการได้ยินจำนวนมาก แต่ก็ถูกละเลยเหมือนกัน ดังนั้น หากเราเป็นฮับได้ จะทำให้คนกลุ่มนี้กลายเป็นทุนที่สำคัญของประเทศได้ และข้อสำคัญคือเขาไม่ต้องไปเรียนรู้วิทยาการใหม่ เพียงแค่เอาสิ่งที่มีอยู่มาใช้ให้เป็นประโยชน์และทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น ก็เพียงพอแล้ว” ผศ.ดร.บุริม โอทกานนท์ กล่าวเสริม

เบื้องต้น โครงการคลังคำศัพท์ภาษามือด้านการจัดการ ได้รับความร่วมมือ จาก สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (CPALL) โรงเรียนโสตศึกษาทุ่งมหาเมฆ สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย (สหท.) และสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) ที่ให้ความช่วยเหลือเรื่องของการฝึกทักษะ เพื่อให้กลุ่มผู้พิการได้ฝึกทักษะไปพร้อมๆ กับเรียนองค์ความรู้ด้านการจัดการ

ท้ายที่สุดนี้ โครงการ “คลังคำศัพท์ภาษามือด้านการจัดการ” คือการต่อยอดองค์ความรู้ งานวิจัย ในด้านการจัดการจาก CMMU สู่การตอบแทนสังคมในฐานะมหาวิทยาลัยที่อยู่เคียงคู่สังคมไทย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้พิการทางการได้ยินด้วยการเปลี่ยนความ “บกพร่อง” ของชีวิต ให้กลายเป็น “ทุน” ของประเทศ เพิ่มโอกาสและสร้างความก้าวหน้าในอาชีพการงาน โดยที่ผู้บกพร่องทางการได้ยินสามารถนำเอาความรู้ไปปรับใช้ในธุรกิจให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดความรู้สึกด้อย ความไม่เท่าเทียม นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างโอกาสให้ผู้บกพร่องทางการได้ยินได้เรียนองค์ความรู้ที่สูงขึ้น เป็นต้นแบบในการพัฒนาบทเรียนอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการประกอบวิชาชีพหลังจบการศึกษาไปในโรงเรียน เพราะถ้าพวกเขาเหล่านี้มีชีวิตที่ดีขึ้น สุดท้ายพวกเขาก็จะกลับมาช่วยเหลือสังคมต่อไป ผศ.ดร.บุริม โอทกานนท์ กล่าวทิ้งท้าย

ผู้สนใจศึกษาโครงการคลังคำศัพท์ภาษามือด้านการจัดการ สามารถติดตามได้ที่ช่องทางยูทูป Mahidol University - Hearing Loss ( https://www.youtube.com/channel/UCjNb8IS_4QGtmAy0SH6gs9g/featured ) และสำหรับผู้สนใจเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโท หลักสูตรไทย-หลักสูตรนานาชาติ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ – 24 มกราคม 2565 ที่ https://apply.cm.mahidol.ac.th/web หรือสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 02-206-2000 หรือติดตามข้อมูลได้ที่เพจเฟซบุ๊ก CMMU Mahidol