- ชี้สถิติการใช้อินเทอร์เน็ตคนไทยสูง! กลุ่ม Gen Z อายุต่ำกว่า 20 ปี ใช้อินเทอร์เน็ตเฉลี่ยต่อวันมากถึง 12 ชั่วโมง 8 นาที
จากกระแสซีรีส์ดังเกาหลีเรื่อง Squid Game (สควิดเกม เล่นลุ้นตาย) ที่กำลังขยายความฮอตไปทั่วโลกอย่างไร้ขีดจำกัด ผ่านการหยิบยก ‘เกมในวัยเด็ก’ มาเป็นกิมมิกหลักในการดำเนินเรื่อง นำพาบรรดาผู้ชมร่วมลุ้นและตื่นเต้นไปกับตัวนักแสดงที่ต้องเล่นกิจกรรมสมัยเด็กให้ชนะไปทีละด่าน เช่น เกมอีไอโอยู ชักเย่อ เกมลูกแก้ว เกมขนมดัลโกนา (DALGONA) ที่ต้องแข่งขันแกะแผ่นน้ำตาลทรายตามที่ปั๊มพิมพ์เป็นรูปสามเหลี่ยม วงกลม ร่ม ดาว ในระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งจะเห็นว่าผู้เข้าแข่งขันมีทั้งการวางแผนกลยุทธ์ หยิบประสบการณ์ของผู้ใหญ่ร่วมทีมมาใช้ เพื่อเอาตัวรอดจากความตายและชิงเงินรางวัลจำนวนมหาศาล ทำให้คนไทยไม่น้อยได้ลองจินตนาการหยิบการละเล่นไทยสมัยเด็กมาใส่ในเกมตามซีรีส์ดังกล่าว แลกเปลี่ยนบนโลกออนไลน์อย่างสร้างสรรค์ ขณะเดียวกันก็มีบางกลุ่มอ้างเลียนแบบพฤติกรรมเชิงลบในซีรีส์มาใช้ในชีวิตจริงเช่นกัน
จะทำอย่างไรให้ทุกคนใช้อินเทอร์เน็ตอย่างสร้างสรรค์และปลอดภัย ท่ามกลางสังคมไทยปัจจุบันที่ทุกคนทุกวัยล้วนเข้าถึงโลกออนไลน์ และมีอัตราการใช้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เป้าหมายการพัฒนาให้คนไทยเป็น “พลเมืองดิจิทัลคุณภาพ” จึงเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ Electronic Transactions Development Agency (ETDA) (เอ็ตด้า) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ริเริ่มโปรเจ็กต์ Internet for Better Life หรือ IFBL (ไอเอฟบีแอล) ตั้งแต่ปี 2561 เพื่อเป็นอีกส่วนหนึ่งในการดูแลส่งเสริมการใช้อินเทอร์เน็ตแก่กลุ่มเด็กและเยาวชน และกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งมีความเสี่ยงในการใช้อินเทอร์เน็ตค่อนข้างสูง ซึ่งได้จากผลการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตประเทศไทย ที่ ETDA ดำเนินการสำรวจมาตั้งแต่ปี 2556 จนกระทั่งในปี 2564 นอกจากเจาะกลุ่มผู้สูงอายุแล้ว สำหรับกลุ่มเด็กและเยาวชน ก็เน้นเจาะไปยังเด็กๆ ในระดับประถมศึกษาตอนปลาย และมัธยมศึกษาตอนต้น กระจายตามจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นกลุ่ม Digital Citizen ที่เติบโตมาในยุคดิจิทัล รู้จักเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วตั้งแต่เด็ก สามารถเข้าถึงสื่อต่างๆ ทั้งเชิงบวกและเชิงลบที่อยู่บนโลกออนไลน์ และถือเป็นกลุ่มที่ควรเติมเต็มความรู้ สร้างความตระหนักในการใช้งาน ด้วยมาตรฐานการเรียนรู้ที่เหมาะสม ซึ่งได้รับการยอมรับมาจากทั่วโลกแล้ว เพื่อให้เด็กๆ ได้เติบโตเป็นพลเมืองดิจิทัลที่แข็งแกร่ง ไปพร้อมๆ กับการใช้เทคโนโลยีได้อย่างสมดุล
จากรายงานผลการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ปี 2563 โดย ETDA (เอ็ตด้า) พบว่า คนไทยส่วนใหญ่ใช้อินเทอร์เน็ตเฉลี่ยวันละ 11 ชั่วโมง 25 นาที เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ถึง 1 ชั่วโมง 3 นาที โดยกลุ่มวัยเรียน วัยทำงานเป็นกลุ่มที่ใช้อินเทอร์เน็ตเฉลี่ยต่อวันมากที่สุด สืบเนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ร่วมด้วย ที่ทำให้ต้องปรับพฤติกรรมมาทำกิจกรรมบนโลกออนไลน์ เช่น เรียนออนไลน์ ทำงานออนไลน์ หรือเสพสื่อบันเทิง เป็นต้น และหากแบ่งตามเจเนอเรชันแล้ว กลุ่ม Gen Z หรือกลุ่มคนที่มีอายุน้อยกว่า 20 ปี ถือเป็นกลุ่มที่ใช้อินเทอร์เน็ตเฉลี่ยต่อวันมากถึง 12 ชั่วโมง 8 นาที ส่วนหนึ่งจากสภาพแวดล้อมที่มักจะรายล้อมไปด้วยเทคโนโลยี โดยกิจกรรมยอดฮิต 3 อันดับแรก พบว่า 1. ใช้โซเชียลมีเดีย 92.9% 2. ดูโทรทัศน์/ดูคลิป/ดูหนัง/ฟังเพลงออนไลน์ 85.7% และ 3. ค้นหาข้อมูลออนไลน์ 77.1% ด้านช่องทางโซเชียลมีเดีย 3 อันดับแรกที่ใช้มากที่สุด พบว่า 1. ยูทูบ (YouTube) 98.6% 2. เฟซบุ๊ก (Facebook) 97.3% และ 3. ไลน์ (LINE) 93.4% ขณะที่ปัญหาการใช้อินเทอร์เน็ต 3 อันดับแรกที่พบมากที่สุด ได้แก่ 1. ความล่าช้าในการเชื่อมต่อ/ใช้งานอินเทอร์เน็ต 77.5% 2. ปริมาณโฆษณาออนไลน์ที่มารบกวน 71% และ 3. ไม่มั่นใจว่าข้อมูลที่ปรากฏบนอินเทอร์เน็ตจะเชื่อถือได้ 44.9% นอกจากนี้ยังพบกับปัญหาอื่นๆ ที่น่าห่วง เช่น ถูกละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลหรือความเป็นส่วนตัว ถูกรบกวนด้วยสื่อลามกอนาจาร ถูกหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต และเกิดปัญหาแต่ไม่ทราบว่าจะไปขอความช่วยเหลือจากใคร
ดังนั้นจึงยิ่งตอกย้ำความสำคัญของการดำเนินงานกิจกรรมภายใต้โครงการ Internet for Better Life หรือ IFBL (ไอเอฟบีแอล) ของ ETDA (เอ็ตด้า) ที่มีเป้าหมายในการพัฒนาให้คนไทยเป็นพลเมืองดิจิทัลที่มีคุณภาพ โดยกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ร่วมโครงการฯ จะได้เรียนรู้ “หลักสูตรการสร้างความตระหนักรู้ในการใช้อินเทอร์เน็ต (Digital Citizen)” ซึ่งเป็นหลักสูตรที่พัฒนาขึ้นโดยอิงมาตรฐานสากลจาก DQ Institute สถาบันวิจัยชั้นนำด้านความฉลาดทางดิจิทัล มีการปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกับพฤติกรรม วัฒนธรรม และสถานการณ์การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลของคนไทย โดยการเรียนจะมีการวัดประเมินผล Pre-Test และ Post-Test ร่วมด้วย ซึ่งให้ความรู้เนื้อหา 5 ด้านหลัก ดังนี้
1. ด้านอัตลักษณ์ดิจิทัล (Digital Identity) สร้างความตระหนักรู้ในการสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ ให้เข้าใจ และระมัดระวังในการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวบนโลกออนไลน์2. ด้านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเหมาะสม (Digital Use) สร้างความเข้าใจในการจัดสรรเวลาหน้าจอได้อย่างสมดุล และรับรู้ผลกระทบต่อสุขภาพกายและจิตใจจากการใช้งานอินเทอร์เน็ตทั้งกับตนเองและผู้อื่น3. ด้านการจัดการความปลอดภัยในโลกดิจิทัล (Digital Security) สร้างความตระหนักรู้ถึงพฤติกรรมเสี่ยงหรือความไม่ปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นบนโลกดิจิทัล รวมทั้งสร้างความเข้าใจต่อประเด็นภัยคุกคามไซเบอร์ที่เป็นอันตรายต่อข้อมูล ระบบ และอุปกรณ์ รวมทั้งรู้จักวิธีหรือเครื่องมือเบื้องต้นที่จะช่วยป้องกัน และรับมือกับภัยคุกคามได้4. ด้านการรู้เท่าทันดิจิทัล (Digital Literacy) สร้างองค์ความรู้ให้เข้าใจความหลากหลายของข้อมูลบนโลกดิจิทัล ให้สามารถค้นหา วิเคราะห์ และเผยแพร่เนื้อหาที่ถูกต้องตามหลักกฎหมายและจริยธรรม5. ด้านการสื่อสารดิจิทัล (Digital Communication) สร้างความเข้าใจถึงความสำคัญของผลกระทบจากการสร้างร่องรอยดิจิทัลทั้งทางบวกและลบ รู้จักเครื่องมือและวิธีการในการจัดการร่องรอยทางดิจิทัลที่ดี และการมีปฏิสัมพันธ์เพื่อสร้างความร่วมมือที่ดีบนโลกดิจิทัล
ทั้งนี้ ในเดือนสิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา ETDA (เอ็ตด้า) พร้อมพันธมิตร ได้แก่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้นำร่องนำ “หลักสูตรการสร้างความตระหนักรู้ในการใช้อินเทอร์เน็ต (Digital Citizen)” โดยไปทดลองใช้และเริ่มเผยแพร่กับกลุ่มเด็กและเยาวชนในจังหวัดต่างๆ ในหลายภูมิภาค เช่น จังหวัดน่าน ตรัง นครพนม เลย ขอนแก่น สระบุรี ลพบุรี ชลบุรี รวมทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยมีเยาวชนเข้าร่วมอบรมในโครงการฯ 237 คน โดยจากใช้แบบทดสอบ Pre-Test และ Post-Test กลุ่มเยาวชน พบว่า เยาวชนมีสมรรถนะพื้นฐานก่อนการอบรมในด้านอัตลักษณ์ดิจิทัลสูงที่สุด ร้อยละ 57.35 และด้านการจัดการความปลอดภัยในโลกดิจิทัลต่ำสุด ร้อยละ 43.55 แต่เมื่อผ่านการอบรมแล้ว พบว่า กลุ่มเยาวชนมีผลการทดสอบสมรรถนะความเป็นพลเมืองดิจิทัลสูงขึ้นจากก่อนการอบรมที่มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 48.48 เป็นร้อยละ 74.10 โดยมีผลการทดสอบด้านการรู้เท่าทันดิจิทัล (Digital Literacy) สูงสุดถึงร้อยละ 77.63
บรรยากาศการสอนการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างสร้างสรรค์
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ETDA (เอ็ตด้า) ยังมุ่งมั่นทั้งในด้านการจัดกิจกรรมตลอดจนการติดตามผลการดำเนินงานเพื่อนำไปสู่การพัฒนาสังคมดิจิทัลและพลเมืองดิจิทัลคุณภาพอย่างต่อเนื่อง นอกจากการพัฒนา “หลักสูตรการสร้างความตระหนักรู้ในการใช้อินเทอร์เน็ต (Digital Citizen)” ในปี 2564 ที่พร้อมเผยแพร่อย่างเต็มรูปแบบในปี 2565 แล้ว ยังขยายความร่วมมือกับพันธมิตรที่เกี่ยวข้อง เช่น ชัวร์ก่อนแชร์ สำนักข่าวไทย อสมท และกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เปิดหลักสูตร Virtual Camp “นักสืบสายชัวร์ x ชัวร์ก่อนแชร์สโมสร” ในเดือนตุลาคม 2564 นอกจากนี้ ยังได้มีการหารือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชนอื่นๆ เพิ่มเติม ซึ่ง ETDA ยินดีเป็นอย่างยิ่งกับการเปิดให้กับผู้ที่สนใจที่้ต้องการเป็นพันธมิตรร่วมกัน เพื่อให้เกิดพันธมิตรในการขยายการนำหลักสูตรและสื่อไปใช้มากขึ้น
นอกจากนี้ยังจัดทำหนังสือ คลิปแอนิเมชัน หนังสั้น เช่น แอนิเมชัน ชุด วัยใส ฉลาดรู้เน็ต ปี 3 และหนังสั้น ชุดวัยใสวัยเก๋า ฉลาดรู้เน็ต รวมจำนวน 15 เรื่อง เพื่อผลักดันให้ทุกคนเดินเกมชีวิตบนโลกออนไลน์ได้อย่างสร้างสรรค์และปลอดภัย
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ได้ที่เว็บไซต์ www.etda.or.th เฟซบุ๊กแฟนเพจ https://www.facebook.com/ETDA.Thailand รวมทั้งโซเชียลมีเดีย ETDA Thailand ทุกช่องทาง