วันอังคารที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

เอ็นไอเอร่วมติดความพร้อม “เด็กนิวเจน” สู่นวัตกรหน้าใหม่ด้านสิ่งแวดล้อม ชวนเยาวชนไทยร่วมกิจกรรม “ทรีเชอร์ทาวน์” ในงานมหกรรมวิทย์ฯ ประจำปี 64




สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เดินหน้ายกระดับศักยภาพทางนวัตกรรมให้กับกลุ่มเยาวชน โดยเข้าร่วมจัดกิจกรรม “TREASURE TOWN ขุมทรัพย์มหาสนุกจากของ (ไม่) ไร้ค่า” ในงาน “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2564” ซึ่งจัดขึ้นบนแนวคิด “ศิลปะ วิทยาศาสตร์ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์: Art – Science – Innovation and Creative Economy พร้อมมุ่งขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม หรือ BCG Model ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวมีเป้าหมายในการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงนวัตกรรมให้กับกลุ่มเยาวชน พร้อมสร้างแรงขับเคลื่อนนวัตกรรมในด้านสิ่งแวดล้อม 

ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า NIA มีเป้าหมายในการสร้างภาพลักษณ์และผลักดันให้ประเทศไทยเป็น 1 ในประเทศที่มีความก้าวหน้าทางนวัตกรรม ซึ่งแนวทางที่สำคัญหนึ่งคือการยกระดับทักษะของทรัพยากรมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรทางภาครัฐและเอกชน ผู้ประกอบการ รวมถึง “เยาวชน” โดยที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า NIA พยายามผลักดันเยาวชนไทยให้มีความสามารถทางนวัตกรรมผ่านหลักสูตรและองค์ความรู้ใหม่ ๆ การสนับสนุนให้เกิดมหาวิทยาลัยแห่งผู้ประกอบการ การผลักดันการเกิดขึ้นของสตาร์ทอัพ รวมถึงการนำเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้โจทย์ทั้งในมิติสังคมและเศรษฐกิจ พร้อมยกระดับแนวคิดให้สามารถก้าวไปสู่นวัตกรรมที่สร้างมูลค่าและประโยชน์ได้จริง ซึ่งแนวทางเหล่านี้เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะช่วยสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

ดร.พันธุ์อาจ กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อสร้างโอกาสทางด้านนวัตกรรมให้กับกลุ่มเยาวชนเพิ่มมากขึ้น ล่าสุด NIA ได้ร่วมจัดกิจกรรม “มหกรรมวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ประจำปี 2564” ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นบนแนวคิด “ศิลปะ วิทยาศาสตร์ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์: Art – Science – Innovation and Creative Economy พร้อมมุ่งขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม หรือ BCG Model โดย NIA จัดเป็นนิทรรศการ TREASURE TOWN ขุมทรัพย์มหาสนุกจากของ (ไม่) ไร้ค่า สถานีการเรียนรู้ที่จะชวนเด็ก ๆ ตะลุยเมืองคู่ขนาน เพื่อเผชิญกับปัญหาที่เกิดขึ้นในโลกปัจจุบันและค้นหาคำตอบการจัดการสิ่งของไร้ค่าในชุมชนและสร้างสรรค์ให้เกิดเป็นนวัตกรรมโดยอาศัยหลักการของ “STEAM4INNOVATOR” ที่ใช้ความรู้ความเข้าใจของศาสตร์และศิลป์ ทั้งวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ ศิลปะ และคณิตศาสตร์ มาประยุกต์และสร้างสรรค์ผลงานบนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีมิติของการประกอบธุรกิจนวัตกรรมอยู่ด้วย ผ่านกระบวนการ 4 ขั้นตอน ประกอบไปด้วย ขั้นตอนที่ 1 STEAM + Insight (รู้ลึก รู้จริง) ขั้นตอนที่ 2 Wow Idea (สร้างสรรค์ไอเดีย) ชมโซนนวัตกรรมเพื่อนำสิ่งของมาสร้างสรรค์เป็นสินค้านวัตกรรมชิ้นใหม่ ขั้นตอนที่ 3 Business Model (แผนพัฒนาธุรกิจ) และขั้นตอนที่ 4 Production & Diffusion (การผลิตและการกระจาย)

ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมดังกล่าวเป็นแบบผสมผสานทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เด็ก ๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรม จะได้เรียนรู้และสนุกกับการทำภารกิจในแต่ละด่านที่สะท้อนการพัฒนาสิ่งแวดล้อมรอบข้างและชุมชนในชีวิตจริงได้ โดย NIA ได้จำลองสถานการณ์ปัญหาขยะล้นเมือง และสอดแทรกความรู้และความเข้าใจพื้นฐานของหลักการ STEAM4INNOVATOR เพื่อให้เด็ก ๆ เข้าใจถึงปัญหาของผลกระทบของขยะที่มีต่อสังคม การเรียนรู้การจัดการขยะเบื้องต้นผ่านคัมภีร์ 7R ซึ่งประกอบด้วย Reduce (ลดใช้) Reuse (ใช้ซ้ำ) Refill (เติม) Return (คืน) Repair/Repurpose (ซ่อมแซม/เปลี่ยนวัตถุประสงค์การใช้งาน) Replace (แทนที่) และ Recycle (นำกลับมาใช้ใหม่) การเพิ่มความรู้ความเข้าใจในการแยกขยะทั้ง 4 ประเภท การสร้างและทดสอบชิ้นงานต้นแบบ วางแผนธุรกิจ พร้อมนำไอเดียมาสร้างเป็นชิ้นงาน ตลอดจนการนำเสนอผลงานเพื่อเพิ่มมูลค่าผลงานนวัตกรรมที่อาจเกิดขึ้นจริงในอนาคต ซึ่งจะมีกิจกรรมทั้งหมด 11 วัน เด็ก ๆ และเยาวชนสามารถเข้าร่วมได้ผ่านทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ผ่าน https://www.steam4innovatorvr.com และอาคาร 9-12 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้ -19 พฤศจิกายน 2564

“NIA ยังคงมุ่งเติมศักยภาพด้านนวัตกรรมให้กับกลุ่มเยาวชนอย่างเข้มข้น รวมถึงผลักดันกลุ่มดังกล่าวให้มีส่วนร่วมในการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อม เนื่องจากตระหนักดีว่าคนรุ่นใหม่มีไอเดียที่สร้างสรรค์ และเติบโตมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลง สามารถเข้าถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับเรื่องสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงยังมุ่งเป็นหน่วยงานที่พร้อมรับฟังความคิดเห็นและสนับสนุนการนำไอเดียใหม่ ๆ มาต่อยอดให้เป็นนวัตกรรมที่สร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งในระดับสังคม เศรษฐกิจ ภาคบริการสาธารณะ ซึ่งมั่นใจว่าการส่งเสริมของหน่วยงานและเครือข่ายที่มีอย่างต่อเนื่อง จะช่วยผลักดันให้เกิดกลุ่มนวัตกร สตาร์ทอัพ รวมทั้งผู้ประกอบการธุรกิจนวัตกรรมที่มีศักยภาพในอนาคตอันใกล้นี้” ดร.พันธุ์อาจ กล่าวสรุป