กลุ่มบริษัท นานมี ร่วมกับ สวนสัตว์ดุสิต และสวนสัตว์เขาเขียว จัดโครงการ “สวนสัตว์สู่ชุมชน” เพื่อปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนมีใจเมตตา เกิดความรักและหวงแหนสัตว์ป่า ร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมผ่านการเรียนรู้งานศิลปะ มีการจัดกิจกรรมต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีโดยตระเวนไปยังเขตต่างๆทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งในปีนี้ได้เริ่มโครงการที่โรงเรียนวัดเจ้ามูลเขตบางกอกใหญ่ มีเยาวชนเข้าร่วมโครงการ จำนวนกว่า 100 คน ณ โรงเรียนวัดเจ้ามูล จรัลสนิทวงศ์ 8
ปรีญาณี สุพุทธิพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทนานมี กล่าวว่า เด็ก ๆ ทุกคนชอบไปสวนสัตว์เพื่อไปดูสัตว์ชนิดต่างๆ แต่ไม่ใช่เด็กทุกคนจะมีโอกาสเดินทางไปสวนสัตว์ด้วยข้อจำกัดต่างๆ ดังนั้นการนำสัตว์ที่อยู่ในสวนสัตว์มาเล่าเป็นเรื่องราวให้แก่น้องๆที่ไม่มีโอกาส จึงเป็นความตั้งใจที่ทำให้ผู้ใหญ่ใจดีอย่างนานมี , เขาดินและเขาเขียว จับมือร่วมกันทำโครงการนี้ขึ้นมา สังเกตเด็ก ๆ เขามีความรักสัตว์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว สิ่งที่วันนี้พี่ๆ มาก็เพื่อมาบอกและย้ำกับน้องๆ ว่า สัตว์ป่าก็เหมือนพวกเราทุกคนมีชีวิตและการดำรงชีวิตตามธรรมชาติ สัตว์มีสิทธิเป็นของตนเอง เราทุกคนจำเป็นต้องเคารพในสิทธิของสัตว์ ไม่ทำร้ายและทำให้สัตว์ได้รับความทุกข์ทรมาน
ซึ่งพี่ๆ จากสวนสัตว์ดุสิตและสวนสัตว์เขาเขียวได้ให้ความรู้เรื่องสัตว์ป่า สัตว์แปลกๆ และสัตว์หายาก ลักษณะทางกายภาพ จุดเด่น การดำรงชีวิต พื้นที่อยู่อาศัย สอดแทรกเกร็ดความรู้อย่างสนุกสนาน พร้อมกันนี้ พี่ ๆจากนานมีสอนให้น้อง ๆ วาดและระบายสีรูปสัตว์ เป็นการสร้างความสุขและประสบการณ์ใหม่ๆให้น้องๆเกิดแนวคิดและจินตนาการเรื่องสัตว์อย่างรอบด้าน
ด.ช.ศิลกร สวนพิมาย, ด.ช.ศิวฤทธิ์ สุนทรากร และด.ญ.ศิวนาถ ผานัด
ด.ช.ศิวฤทธิ์ สุนทรากร หรือ น้องนัท อายุ 6 ขวบ เล่าว่า “วันนี้สนุกมากครับ ผมได้รู้จักกับสัตว์หลากหลายชนิด บางชนิดเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งหมายถึงว่ามีจำนวนน้อยและหายากครับ โดยเฉพาะเจ้าเสือดำ ผมชอบเพราะเหมือนแมวสีดำตัวใหญ่ๆ ผมได้ลองระบายสีเสือดำด้วยครับ แต่พี่ ๆ บอกว่าจริง ๆ แล้วเสือดำไม่ได้มีสีดำตลอดทั้งตัว อาจจะมีสีอื่นรวมอยู่ด้วยครับ และบางตัวก็เป็นสีดำที่เข้มและอ่อนไม่เท่ากัน ผมอยากให้สัตว์ป่าได้อยู่ที่ป่าซึ่งเป็นบ้านของมันอย่างสงบสุข ไม่อยากให้มีใครไปทำร้ายหรือรังแกมันครับ พวกมันจะได้เติบโตและอยู่อย่างแข็งแรงปลอดภัยในป่าใหญ่ครับ ”
ส่วน ด.ญ.ศิวนาถ ผานัด หรือน้องแตงโม อายุ 6 ขวบ บอกว่า “วันนี้หนูได้รู้จักสัตว์หลายชนิดเลย ทั้งสัตว์ป่าและสัตว์เลี้ยง แต่ที่หนูชอบที่สุดคือ หมูค่ะ พี่ๆ บอกว่าหมูมีชื่ออีกชื่อเรียกว่าสุกร หนูเคยเห็นหมูใกล้ๆด้วยค่ะ เพื่อนบ้านของยายที่อยู่ต่างจังหวัดเลี้ยงไว้ มันมีตัวที่อ้วนกลมน่ารัก มันกินจุมากๆด้วยค่ะ และที่ตลกมากคือมันชอบเอาตัวไปคลุกโคลนด้วย วันนี้หนูลองวาดรูปหมูตอนที่มันเพิ่งอาบน้ำตัวสะอาดมีสีชมพูสดใสน่ากอดค่ะ”
ด้าน ด.ช.ศิลกร สวนพิมาย หรือ น้องเซฟ อายุ 6 ขวบ เล่าว่า ผมชอบเสือ เพราะดูมีความแข็งแกร่งเป็นผู้นำในป่า วันนี้ผมได้รู้จักเสือโคร่ง พี่ๆบอกว่า ลายของเสือโคร่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเสือแต่ละตัว เปรียบเสมือนเป็นลายนิ้วมือหรือบัตรประชาชน เสือแต่ละตัวที่เราเห็นว่ามันเหมือนกันจึงแตกต่างกันด้วยลายบนตัวนั่นเองครับ ตอนนี้ประเทศไทยมีเสือโคร่งเหลืออยู่ไม่มากใกล้จะสูญพันธุ์แล้ว ผมสงสารมันครับ มันก็รักชีวิตเหมือนกัน ผมไม่อยากให้มนุษย์จับมันมากินหรือเอาหนังหรือส่วนต่างๆ อยากให้มันได้เป็นผู้นำในป่าให้ต่อไป อยากให้เราคนไทยช่วยดูแลป่า อย่าตัดต้นไม้ในป่า ดูแลสัตว์ป่าที่เป็นเหมือนบ้านของพวกมัน สัตว์ทั้งหลายจะได้มีความสุข ผมก็มีความสุขครับ”
เด็กๆ ที่กล่อมเกลาให้มีความรักและเมตตาต่อสัตว์ เมื่อเติบโตขึ้นมาจะกลายเป็นคนที่รู้จักการแบ่งปัน และรู้จักเอื้ออารีและเคารพในสิทธิของทั้งมนุษย์และสัตว์ ไม่เบียดเบียนหรือทำร้าย เพื่อให้พวกเราอยู่ร่วมกันบนโลกใบนี้ได้อย่างมีความสุข
คลิกที่รูปเพื่อดูภาพขยาย












