วันพุธที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

FedEx ยื่นรายงานประจำปี 10-K พร้อมชี้แจงเพิ่มเติมเหตุโจมตีระบบ TNT Express


ยืนยันเป้าหมายรายได้ FedEx Express โต 1.2-1.5 พันล้านเหรียญภายใน 2020

เมมฟิส, เทนเนสซี  - FedEx Corp. (NYSE: FDX) (“FedEx”) ได้ยื่นรายงานประจำปี หรือแบบฟอร์ม 10-K ประจำปีงบประมาณ 2560 (2017) ต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พร้อมระบุข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุโจมตีออนไลน์ที่ส่งผลกระทบต่อระบบข้อมูลของ TNT Express B.V. (“TNT”) ทั่วโลกเมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ TNT คือบริษัทผู้ให้บริการระบบขนส่งด่วนพิเศษระหว่างประเทศ การขนส่งพัสดุขนาดเล็กภาคพื้นดิน และการขนส่งสินค้าที่ FedEx เข้าซื้อกิจการเมื่อเดือน พ.ค. ปี 2016

ไซเบอร์แอทแทคเล่นงาน TNT Express 

เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 2017 FedEx ประกาศว่า ระบบปฏิบัติการของ TNT ทั่วโลกได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง หลังเกิดเหตุโจมตีในโลกไซเบอร์ที่มีชื่อเรียกว่า ปฏิบัติการ Petya โดยใช้ผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์เกี่ยวกับภาษีตัวหนึ่งของยูเครนเป็นตัวกลางแพร่ไวรัสทำลายระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้ระบบและข้อมูลของบริษัทอื่น ๆ ในเครือ FedEx ไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด สำหรับ TNT ดำเนินกิจการอยู่ในยูเครน โดยใช้ซอฟต์แวร์ที่มีความยืดหยุ่น จึงเปิดช่องให้ไวรัสสามารถแทรกซึมเข้ามาในระบบของ TNT พร้อมจัดการเข้ารหัสข้อมูลได้ อย่างไรก็ดี แม้ว่าระบบปฏิบัติการและการสื่อสารของ TNT จะได้รับผลกระทบในวงกว้าง แต่ไม่พบว่า มีการละเมิดข้อมูลของบุคคลที่ 3 หรือมีข้อมูลของบุคคลที่ 3 สูญหายแต่อย่างใด ณ วันที่ออกเอกสารข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้

หลังเกิดเหตุโจมตีดังกล่าว FedEx ได้ดำเนินแผนสำรองฉุกเฉินโดยทันทีเพื่อดึงระบบปฏิบัติการและการสื่อสารของ TNT ให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง ณ วันที่ออกเอกสารข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ แหล่งบันทึกข้อมูล ศูนย์กลาง และสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหมดของ TNT สามารถใช้งานได้ ขณะที่บริการส่วนใหญ่ของ TNT สามารถดำเนินการได้ตามปกติเช่นกัน แม้ว่าลูกค้าอาจประสบปัญหาความล่าช้าในการให้บริการทั่วไป ตลอดจนขั้นตอนการออกใบแจ้งราคาสินค้า โดยเราได้นำระบบแรงงานมาช่วยในการปฏิบัติงานของ TNT และให้บริการลูกค้าอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม เรายังไม่สามารถประเมินได้ว่า TNT จะสามารถกลับมาให้บริการตามปกติได้อย่างเต็มรูปแบบเมื่อใด ในเวลานี้ เราปฏิบัติงานตามแผนสำรองฉุกเฉิน เพื่อรักษาเครือข่ายการทำงานของ FedEx Express และ TNT และจำกัดผลกระทบต่อลูกค้าให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด

ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศของเรามุ่งมั่นที่จะฟื้นฟูระบบสำคัญ ๆ และทำงานกันอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อที่จะกู้คืนระบบสำคัญ ๆ ตลอดจนกลับมาให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ ในเวลานี้ เรามุ่งเน้นไปที่การฟื้นฟูระบบปฏิบัติการสำคัญ ๆ ตลอดจนระบบการเงิน ระบบการทำงานหลังบ้าน และระบบธุรกิจรอง กระนั้นก็ดี เรายังไม่สามารถประเมินได้ว่า ในการกู้คืนระบบที่ได้รับผลกระทบให้กลับมาใช้งานได้ตามปกตินั้นจะต้องใช้เวลาเท่าใด อีกทั้งยังมีความเป็นไปได้ที่สมเหตุสมผลว่า TNT อาจจะไม่สามารถกู้คืนระบบที่ได้รับผลกระทบให้กลับมาใช้งานอย่างเต็มรูปแบบได้ทั้งหมด หรือเรียกคืนข้อมูลสำคัญทางธุรกิจที่ถูกไวรัสเข้ารหัสไว้กลับมาได้ทั้งหมดเช่นกัน

เราได้พิจารณาช่วงเวลาและความรุนแรงของการโจมตีที่เพิ่งเกิดขึ้น ผนวกกับความมุ่งมั่นที่เราต้องการจะฟื้นฟูงานบริการลูกค้า ตลอดจนระบบปฏิบัติการของ TNT โดยเรากำลังประเมินผลกระทบทางด้านการเงินอันเป็นผลมาจากการโจมตีดังกล่าว ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นผลกระทบในเชิงวัตถุเท่านั้น เราไม่มีประกันระบบไซเบอร์หรือประกันในรูปแบบอื่นใดที่ครอบคลุมการโจมตีในครั้งนี้ แม้ขณะนี้เราจะยังไม่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายได้ แต่เราพบว่า มีการสูญเสียรายได้เนื่องจากยอดขายของ TNT ลดลง และต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นอันเนื่องมาจากการดำเนินแผนสำรองและซ่อมแซมระบบที่ได้รับความเสียหาย

สำหรับผลกระทบและความเสี่ยงอื่น ๆ อันเป็นผลต่อเนื่องมาจากการโจมตีในครั้งนี้อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อผลการดำเนินงานและสถานะทางการเงิน ซึ่งเราได้ชี้แจงไว้ในหัวข้อปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง ในส่วน “การหารือและวิเคราะห์โดยฝ่ายบริหาร” ในรายงานประจำปี แบบฟอร์ม 10-K ประจำปีงบประมาณ 2560 (2017) ที่เพิ่งยื่นมาก่อนหน้านี้ในวันนี้ โดยนอกจากผลกระทบทางการเงินแล้ว การโจมตีดังกล่าวยังอาจส่งผลกระทบเชิงวัตถุต่อระบบควบคุมและขั้นตอนการเปิดเผยข้อมูล ตลอดจนระบบควบคุมภายในที่เกี่ยวข้องกับการรายงานทางการเงินในระยะต่อไปด้วย

FedEx Express ยืนยันเป้าหมายรายได้จากการดำเนินงาน ปีงบประมาณ 2020

FedEx เน้นย้ำความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มรายได้จากการดำเนินงานของเครือ FedEx Express Group ให้ได้อีก 1.2-1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐในปีงบประมาณ 2020 จากปีงบประมาณ 2017 ตามข้อสันนิษฐานว่า เศรษฐกิจจะขยายตัวในระดับปานกลาง ภายใต้กฎหมายบัญชีและภาษีที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

ข้อมูลจาก: BUSINESS WIRE