วันพุธที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

LEONA ร่วมมหกรรมลดทะลุพิกัด ครั้ง 2




ทีมประชาสัมพันธ์พิเศษ Leona Girl นำทัพเครื่องเสียง Home Theater หลากหลายรุ่นพร้อมเครื่องเล่น BLU RAY-DISC PLAYER LEONA ENIGMA BR-444 รุ่นใหม่ล่าสุดในรูปแบบ 3D เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการขายในงาน มหกรรมลดทะลุพิกัด ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-19 กุมภาพันธ์ 2555 ที่ผ่านมา ณ อิมแพคเมืองทองธานี อาคาร 5 ภายในงาน LEONA นำเครื่องเสียง Home Theater หลายรุ่นมาโชว์พลังเสียง พร้อมขน GPS ทั้ง 3 แบรนด์ดัง ปิแอร์การ์แดง ลีโอน่าและโอน่า มาให้คุณเป็นเจ้าของในราคาพิเศษ 


ที่มา: โกรว์ริช เอ็นเทอร์ไพรซ์ 

DRT ลุยจ่ายเงินปันผลอีกหุ้นละ 0.20 บาท หลังปี 54 โกยรายได้ 3.69 พันล้านบาท




ที่ประชุมคณะกรรมการ DRT อนุมัติจ่ายปันผลสำหรับผลการดำเนินงานครึ่งหลังปี 54 หุ้นละ 0.20 บาท หลังโชว์ผลงานโดดเด่น โกยรายได้กว่า 3.69 พันล้านบาท รวมทั้งปีจ่ายปันผล 0.38 บาท/หุ้น ด้านผู้บริหารมั่นใจปี 55 ลุยดันรายได้โต 10% หลังสายการผลิต NT10 พร้อมเดินเครื่องกลางปีนี้ รุกบุกตลาดทั้งในและต่างประเทศเต็มสูบ

นายอัศนี ชันทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) หรือ “DRT” ผู้ผลิตและจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ระบบหลังคา ไม้สังเคราะห์ พื้นไม้ลามิเนต แผ่นบอร์ด ยิปซัม และบริการหลังการขาย ภายใต้แบรนด์ ‘ตราเพชร’ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2555 ได้มีมติให้จ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีหลัง 2554 ในอัตราหุ้นละ 0.20 บาท โดยจะปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นเพื่อกำหนดสิทธิการรับเงินปันผลในวันที่ 13 มีนาคม 2555 และกำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 18 พฤษภาคม 2555 

“ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2554 บริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วในอัตรา 0.18 บาทต่อหุ้น เมื่อรวมกับอัตราเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังอีก 0.20 บาทต่อหุ้น รวมเป็นการจ่ายปันผลในอัตรา 0.38 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากปันผลเฉลี่ย 6.33% ซึ่งถือเป็นผลตอบแทนที่ดีต่อผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ” นายอัศนี กล่าว

สำหรับผลการดำเนินงานปี 2554 (มกราคม – ธันวาคม 2554) บริษัทฯ มีรายได้รวม 3,693 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่บริษัทฯ มีรายได้ 3,304 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 460 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.6% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่ทำได้ 453 ล้านบาท หลังจากบริษัทฯ ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มขึ้นจาก 25% เป็น 30% อย่างไรก็ตาม โดยภาพรวมผลการดำเนินงานในปี 2554 ถือว่าเป็นที่น่าพอใจที่ยังสามารถรักษาอัตราการเติบโตได้ดีไว้ได้

ส่วนเป้าหมายการดำเนินงานในปี 2555 นั้น บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายการเติบโตไว้ที่ 10% โดยมีปัจจัยสนับสนุนมาจากสายการผลิต NT10 ซึ่งเน้นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มไฟเบอร์ซีเมนต์บอร์ด ที่มีกำลังการผลิต 7.2 หมื่นตัน จะพร้อมเดินเครื่องผลิตสินค้าในเชิงพาณิชย์ได้ในช่วงกลางปีนี้ เพื่อรองรับกับความต้องการสินค้าในกลุ่มดังกล่าวที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งบริษัทฯ คาดว่าจะสามารถทยอยรับรู้รายได้จากสายการผลิต NT 10 ได้ตั้งแต่ช่วงครึ่งปีหลังเป็นต้นไป

ด้านนายสาธิต สุดบรรทัด รองกรรมการผู้จัดการสายการขายและการตลาด DRT กล่าวว่า แผนการทำตลาดในปีนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนรุกขยายตลาดผ่านช่องทางขายห้างค้าปลีกวัสดุก่อสร้างขนาดใหญ่ ภายใต้กลยุทธ์ Everything in One ด้วยผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายภายใต้แบรนด์ ‘ตราเพชร’ ที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ซึ่งมีความหลากหลาย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดระยะเวลาการก่อสร้างและประหยัดต้นทุน เช่น ระบบโครงหลังคาสำเร็จรูป ‘ไดมอนด์ อัลตร้า ทรัส’ ระบบผนังสำเร็จรูป ‘ไดมอนด์ วอลล์’ รวมถึงการนำเสนอนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สินค้าใหม่ๆ ได้แก่ กระเบื้องมุงหลังคา ‘จตุลอน’ เพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้า

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนรุกขยายตลาดต่างประเทศ จากปัจจุบันที่ส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน 10 ประเทศ โดยมองว่าประเทศพม่า มีศักยภาพและโอกาสขยายตลาดเพิ่มขึ้น ซึ่งบริษัทฯ ได้เริ่มเข้าไปทำตลาดในประเทศพม่ามานานกว่า 10 ปี ทำให้มีความเข้าใจตลาดและพฤติกรรมความต้องการของลูกค้า จึงเชื่อมั่นว่าจะสามารถผลักดันยอดขายจากการส่งออกในปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 10% จากเดิมที่มีสัดส่วนยอดขายอยู่ที่ 7-8% 


ที่มา: มาสเตอร์ มายด์ คอมมิวนิเคชั่นส์ 

กรุ๊ปปอน รุกตลาดประเทศไทย ผู้บุกเบิกของอุตสาหกรรมสยายปีกสู่เอเชีย




กรุ๊ปปอน (Groupon, NASD: GRPN) ผู้บุกเบิกและผู้นำในตลาดโลกด้านการพาณิชย์ระดับท้องถิ่น ประกาศในวันนี้ถึงการเปิดตัว กรุ๊ปปอน ประเทศไทย (Groupon Thailand) อย่างเป็นทางการ เพื่อให้ลูกค้าในประเทศไทยสามารถค้นหาและ มีส่วนร่วมกับประสบการณ์ที่ดีที่สุดในรูปแบบที่หลากหลาย ด้วยวิธีง่ายๆ ซึ่งรวมไปถึงสิ่งที่ดีที่สุดในการชม ชิม และช้อปอย่างจุใจผ่านเว็บไซต์ www.mygroupon.co.th 

ปัจจุบัน ประเทศไทยเป็นประเทศที่ 47 ที่กรุ๊ปปอนเปิดให้บริการภายนอกสหรัฐอเมริกา โดยบริษัทจะเปิดตัว ดีลพิเศษที่กรุงเทพฯ เป็นแห่งแรก และมีแผนจะขยายการให้บริการไปยังจังหวัดต่างๆ ในประเทศไทยต่อไป ในอนาคต 

นาย เดเมียน เคมเนอร์ ประธานกรรมการบริหาร กรุ๊ปปอน ประเทศไทย กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นมากที่มี โอกาสได้นำสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของกรุ๊ปปอน เข้ามานำเสนอให้กับลูกค้าและคู่ค้าทางธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งกรุ๊ปปอนจะช่วยให้ลูกค้าชาวไทยได้รับประสบการณ์ที่หลากหลายจากข้อเสนอที่น่าตื่นตาตื่นใจและ ประสบการณ์ที่ไม่อาจหาได้จากที่อื่น เพราะเราได้จับมือกับคู่ค้าทางธุรกิจเพื่อสร้างสรรค์แคมเปญระดับ เอ็กซ์คลูซีฟ ที่ช่วยให้คู่ค้าสามารถเข้าถึงฐานลูกค้าของเราที่มีคุณภาพมากกว่า รวมทั้งยังสามารถเปิดตัวใน ตลาดได้ดีขึ้นและน่าสนใจยิ่งขึ้นอีกด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยผลักดันธุรกิจใหม่ๆ ให้คู่ค้าได้เติบโตไปพร้อม กับเรา” 

นับตั้งแต่การเปิดตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2551 กรุ๊ปปอนได้ปฏิวัติรูปแบบการค้าในระดับท้องถิ่น ด้วยการช่วยให้คู่ค้าทางธุรกิจทั่วโลกมีแพลตฟอร์มการตลาดที่สามารถดึงดูดความสนใจจากกลุ่มลูกค้าใหม่ พร้อมกับการบริหารจัดการและการขยายธุรกิจได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนกรุ๊ปปอนได้ร่วมมือกับพันธมิตร

ธุรกิจ หลายแสนรายทั่วโลก และปัจจุบันมีฐานลูกค้าที่ใช้งานอย่างต่อเนื่องกว่า 33 ล้านคน ซึ่งซื้อสินค้าและ บริการผ่านกรุ๊ปปอนอย่างน้อย 1 ครั้งในปีที่ผ่านมา

ผู้สนใจสามารถสัมผัสความหลากหลายของข้อเสนอพิเศษต่าง ๆ ได้แล้ววันนี้ โดยสามารถลงทะเบียนกับ กรุ๊ปปอน ประเทศไทย ทางเว็บไซต์ www.mygroupon.co.th สำหรับธุรกิจที่สนใจจะนำเสนอบริการบน เว็บไซต์ ของกรุ๊ปปอน ประเทศไทย สามารถส่งรายละเอียดมาได้ที่ b2b@mygroupon.co.th


ที่มา: ฮิลล์ แอฮิลล์ แอนด์ นอลตัน สแตรทิจีส์ 

ต้อนรับทีมนักแสดงนำจากภาพยนตร์เรื่อง “ไวท์ ไทเกอร์”




โรงแรมเจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ นำโดย ประชุม ฉายาพงศ์ รองผู้จัดการทั่วไป ให้การต้อนรับทีมนักแสดงนำและแชมป์โลกศิลปะการต่อสู้ชาย-หญิงจากสหรัฐอเมริกา ในระหว่างการมาถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง “ไวท์ ไทเกอร์ (White Tiger)” ที่ประเทศไทย เมื่อเร็วๆนี้ ณ เอ็กเซ็กคิวทีฟ เลาจ์น ชั้น 16 ของโรงแรมฯ

จากซ้ายไปขวา: 

1. มร. คาซู แพทริก แทง (Kazu Patrick Tang) : ดารานักแสดงและแชมป์เทควันโด 

2. มร. มาร์ค เกอรี่ (Mark Gerry) 

3. มร. ซิฟู เคน แลมเบิร์ท (Sifu Ken Lambert) 

4. มร. ดอน ‘เดอะ ดราก้อน’ วิลสัน (Don ‘The Dragon’ Wilson) : แชมป์โลกมวยสากล 11 สมัย

และดารานักแสดง

5. คาเรน เกียง (Karen Kaing) : ผู้อำนวยการสร้างหญิง ภาพยนตร์เรื่อง “ไวท์ ไทเกอร์ (White Tiger)”

6. มร. แมธธิว มัลลินส์ (Matthew Mullins) : แชมป์โลกศิลปะการต่อสู้ชาย-หญิง 5 สมัย

7. ซินเธีย ร็อธร็อค (Cynthia Rothrock) : แชมป์โลกคาราเต้ 5 สมัย

8. ประชุม ฉายาพงศ์ : รองผู้จัดการทั่วไป โรงแรมเจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ 

9. มร. โจ ลิวอิส (Joe Lewis) : แชมป์โลกมวยสากลรุ่นใหญ่และแชมป์โลกคาราเต้ ได้รับการโหวตใน

ประวัติศาสตร์คาราเต้ 2 ปีซ้อน

10. นาตาลี พาค (Natalie Paque) : ผู้จัดการศูนย์สุขภาพและสปา โรงแรมเจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ


ที่มา: โรงแรมเจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ 

จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน เปิดตัวสินค้าใหม่เครื่องตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด One Touch SelectSimple ใช้งานง่าย ไร้ปุ่มกด พร้อมสัญญาณแจ้งเตือนระดับน้ำตาลสูง - ต่ำ




บริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (ไทย) จำกัด หนึ่งในบริษัทด้านการดูแลสุขภาพ เปิดตัวเครื่องตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด วันทัช ซีเล็ค ซิมเพิล (OneTouch SelectSimple) รุ่นใหม่ ที่ใช้งานง่าย ไร้ปุ่มกด ไม่ต้องตั้งโค้ด สามารถบอกผลตรวจค่าระดับน้ำตาลในเลือด 5 วินาที (นับจากเครื่องนับถอยหลังจาก 5 – 1 วินาที) น้ำหนักเบา พกพาสะดวก พร้อมสัญญาณแจ้งเตือนระดับน้ำตาลสูง-ต่ำ 

เครื่องตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด OneTouch SelectSimple มีวางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ร้านขายยา และตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าวันทัช Call Center โทร 02-7695757


ที่มา: ฮิลล์ แอนด์ นอลตัน สแตรทิจีส์   


ราโด (RADO) เปิดตัว “ราโด ดี-สตาร์”




มร.มาร์โค มาส์ซิส (ที่ 5 จากซ้าย) รองประธานฝ่ายขาย บริษัท ราโด วอทช์ จำกัด, สวิตเซอร์แลนด์ จัดงานเปิดตัว “ราโด ดี-สตาร์” (Rado D-Star) นวัตกรรมสุดล้ำแห่งอนาคตจากวัสดุเซราโมส (Ceramos™) ส่วนผสมของไฮเทคเซรามิคและโลหะ ครั้งแรก! นาฬิกาไอคอนใหม่สำหรับทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมโชว์รุ่นไฮไลท์ อาทิ ราโด ดี-สตาร์ 200, ราโด ดี-สตาร์ ไฮเทคเซรามิค จูบิลี่ ฯลฯ ณ ห้องเดจาวู โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ ถนนรางน้ำ


ที่มา: แม็กซิม่า คอนซัลแตนท์ 

มหัศจรรย์บุฟเฟ่ต์อาหารทะเล ณ ห้องอาหารควิซีน อันปลั๊ก



แฟนพันธุ์แท้อาหารทะเลเชิญทางนี้...ห้องอาหารควิซีน อันปลั๊ก โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ เชิญคุณและเหล่าเพื่อนสนิทมาอิ่มอร่อยกับอาหารทะเลสดๆ ตัวโตๆ ทุกคืนวันเสาร์ ให้คุณได้เลือกลิ้มลองหลากหลายรูปแบบทั้งย่าง นึ่ง ทอด อีกทั้งสัมผัสรสชาติของอาหารบุฟเฟ่ต์จากทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย ญี่ปุ่น จีน ตะวันตก รวมทั้งสารพัดสลัดผักกับนานาซอส ปิดท้ายด้วยมุมของหวานแสนอร่อย ทั้งเค้ก คุ๊กกี้ ไอศครีมและผลไม้สด ราคาท่านละ 1,430 บาท (สุทธิ) 

พิเศษ...อิ่มอร่อยกับโปรโมชั่นมา 4 จ่าย 2 จนถึง 15 มีนาคม 2555

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ สำรองที่นั่งได้ที่หมายเลข 02 680 9999



ที่มา: โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ

กุศมัย เคเทอริ่ง เปิดตัวร้านอาหารญี่ปุ่น ดร. เทปัน ต่อยอดธุรกิจอาหารญี่ปุ่น




บริษัท กุศมัย เคทเทอริ่ง จำกัด บริษัทใน เครือ กุศมัย กรุ๊ป เปิดตัวร้านอาหารญี่ปุ่นต้นแบบ 3 in 1 Stand Alone ครบวงจร ประกอบด้วย ดร.เทปัน ดร.ซูชิ และ ดร.ยากิ 

ดร. วิโรจน์ กุศลมโนมัย กรรรมการผู้จัดการ บริษัท กุศมัย กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า กุศมัย กรุ๊ป ดำเนินธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับอาหารญี่ปุ่นมายาวนาน จึงมีความพร้อมทุกๆ ด้านที่เกี่ยวกับอาหารญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นด้านอุปกรณ์ ภาชนะใส่อาหาร วัตถุดิบ หรือบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในการทำอาหาร โดยเดิมที กุศมัย กรุ๊ป ได้ดำเนินธุรกิจมาเป็นเวลานานกว่า 23 ปี เริ่มต้นด้วยบริษัท กุศมัย แบมบู จำกัด กลุ่มผลิตภัณฑ์ไม้ไผ่ และอุปกรณ์ที่ทำจากไม้ไผ่กว่า 300 รายการ ตั้งแต่ไม้จิ้มฟัน จนถึง เรือปลาดิบ จากนั้นได้ร่วมทุนกับพันธมิตรใน ไต้หวัน เพื่อเปิด บริษัท กุศมัย คิชเช่นแวร์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องครัวญี่ปุ่น อันดับหนึ่งของไทย ภายใต้แบรนด์ Samurai Shop (ซามูไร ช๊อป) โดยล่าสุดกับการเปิดตัวร้านอาหารญี่ปุ่น “ดร. เทปัน” โดย กุศมัย เคทเทอริ่ง หนึ่งในเครือ กุศมัย กรุ๊ป 

“ดร. เทปัน” เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นต้นแบบครบวงจร 3 in 1 Stand Alone ซึ่งมีดังนี้ 1. ดร.เทปัน หรือ เตาเทปันยากิ โดยจะมีพ่อครัวผัดอยู่หน้าเตาให้ลูกค้าทานเป็นจานๆ เมนูยอดนิยม คือ เนื้อกวาง เนื้อเก้ง เนื้อนกกระจอกเทศ ปลาหิมะ เนื้อมัสสึซากะ และสูตรพิเศษของ ดร.เทปัน คือ ผัดกระเทียมกับมิโซ โดยลูกค้าสามารถสั่งข้าว และซุปมิโซ เติมฟรีได้ตลอดไม่อั้น 2. ดร.ซูชิ มีเคาเตอร์ ซูชิ พร้อมพ่อครัวซูชิ ปั้นตามความต้องการของลูกค้า โดยใช้วัตถุดิบข้าวปั้นซูชินำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น พร้อมด้วย ปลาดิบ โอโทโร่ และสาเก เหล้าโชจู สำหรับล้างคอ และ 3. ดร. ยากิ มีเตาปิ้งย่าง สไตล์ เกาหลี และยากินิขุ 24 เตา ทั้งห้องแอร์ และ แบบ โอเพ่นแอร์ มีเนื้อหมู วัว ไก่ ซีฟู้ด เนื้อนอก หอยเชลล์ เนื้อแอนกัส เนื้อกวาง เนื้อนกกระจอกเทศ ปลาแซลมอน ปลาดอลลี่ และมากิซูชิ เป็นต้น โดยน้ำจิ้มรสเด็ดที่ไม่เคยมีที่ไหนมาก่อนถึง 4 แบบ 3 สัญชาติ คือ น้ำจิ้มญี่ปุ่น น้ำจิ้มเกาหลี น้ำจิ้มแจ่ว และ น้ำจิ้มซีฟู้ด ให้เลือกรับประทาน นอกจากนี้ ยังมีบริการจัดเลี้ยง และขายเฟรนไชส์ในรูปคีออส ซึ่งถือว่าเป็นเจ้าแรก และหนึ่งเดียวในย่านฝั่งธนฯ โดยผู้สนใจสามารถโทรจองล่วงหน้าได้ที่จองได้ที่ 0-2416-5700 ดร.วิโรจน์ กล่าว”


ที่มา: กุศมัย กรุ๊ป 

นานมีแนะนำหนังสือใหม่เดือนมีนาคม




สำนักพิมพ์ สำนักพิมพ์ทองเกษม
ชื่อหนังสือ ชุดนิทานจีนอมตะ 
เรียบเรียง อัจฉรา สวนจรูญ 
ภาพประกอบ ธีระพงษ์ บัวระเพชร, ธันยนันท์ ฉัพพรรณรังษี 
ภาษาอังกฤษ Jenny A. Simon 
ภาษาจีน อริสรา บัณฑิตภิรมย์, จิตรลัดดา สวัสดิพงษ์, Pan Hong lin
จำนวนหน้า 24 หน้า
หมวด นิทาน
ราคา 79 บาท





สำนักพิมพ์ทองเกษม คัดสรรนิทานอมตะจีนที่ดีที่สุด 5 เรื่องมาจัดทำในรูปแบบ 3 ภาษา ไทย อังกฤษ จีน มีเรื่องราวสนุกสนานชวนติดตาม จากสัตว์แสนน่ารักเป็นตัวดำเนินเรื่อง นอกจากนี้ยังแฝงไปด้วยจริยธรรม ฝึกไหวพริบ เชาว์ปัญญา และพัฒนาอารมณ์ ผ่านภพประกอบ ที่มีลายเส้นสวยงาม สีสั้นสดใส กระตุ้นการเรียนรู้ของเด็กๆได้เป็นอย่างดี เหมาะที่จะเป็นหนังสืออ่านเสริมสำหรับเด็กๆ ที่เริ่มเรียนภาษาอังกฤษและจีน ทั้งยังมีเกร็ดสาระน่ารู้ในตอนท้ายของแต่ละเรื่อง

เล่มที่ 1 สุนัขจิ้งจอกกับลิง สนุกสนานไปกับเรื่องราวของสุนัขจิ้งจอกกับลิงที่ริมแม่น้ำแห่งหนึ่ง ทั้งคู่ช่วยกันคิดหาวิธีข้ามแม่น้ำไปกินลูกท้อที่ฝั่งตรงข้าม แต่แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ใครจะได้ข้ามไปกินลูกท้อ และสุดท้ายเรื่องราวจะจบลงอย่างไร ติดตามอ่านได้ในเล่มนี้ 

เล่มที่ 2 ลูกอ๊อดตามหาแม่ ณ หนองน้ำแห่งหนึ่ง ลูกอ๊อดสี่ตัวพี่น้องกำลังตามหาแม่ พวกเขาว่ายน้ำไปเจอแม่ของสัตว์ต่างๆ แต่ก็ไม่ใช่แม่ของพวกเขา สุดท้ายพวกเขาว่ายน้ำจนกระทั่งได้มาเจอกับแม่...ตัวหนึ่ง ลองทายดูซิว่า จะใช่แม่ของลูกอ๊อดหรือเปล่า และแม่ของพวกเขาหน้าตาเป็นอย่างไร 

เล่มที่ 3 ลูกม้าข้ามแม่น้ำเรื่องราวของลูกม้าที่จะต้องข้ามแม่น้ำเพื่อนำข้าวโพดไปให้กับเพื่อนบ้าน แต่พอไปถึงริมแม่น้ำลูกม้าก็เกิดความลังเลไม่กล้าข้ามไป เพราะไม่รู้ว่าน้ำในแม่น้ำลึกแค่ไหน ถามลุงวัวที่อยู่ใกล้ๆ ลุงวัวบอกว่าไม่ลึก ส่วนพี่กระรอกบอกว่าน้ำในแม่น้ำลึกท่วมหัว สุดท้ายลูกม้าจะเชื่อใครดีนะ 

เล่มที่ 4 ลูกแมวตกปลาวันหนึ่งแม่แมวและลูกแมวไปตกปลาด้วยกัน จู่ๆ ก็มีแมลงปอและผีเสื้อบินผ่านมา ลูกแมวลุกขึ้นวิ่งไล่จับ พอกลับมานั่งตกปลาต่อก็เห็นตะกร้าของแม่แมวมีปลาเต็มไปหมด แต่ทำไมนะตะกร้าของลูกแมวไม่มีปลาเลยสักตัว แล้วลูกแมวจะทำอย่างไรถึงจะตกปลาได้ 

เล่มที่ 5 สลับหางกันดีกว่าเรื่องราวสนุกสนานของสองเพื่อนรัก กระรอกกับกระต่าย ทั้งคู่ต่างก็ไม่พอใจในหางของตัวเอง จึงสลับหางกัน หางกระต่ายจะทำให้กระรอกปีนต้นไม้ได้คล่องขึ้นไหมนะ แล้วหางกระรอกล่ะจะพากระต่ายไปพบกับอะไร ติดตามเรื่องราวของสองเพื่อนรักได้ในนิทานเล่มนี้


ที่มา: นานมี

วันอังคารที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน เปิดตัวสินค้าใหม่เครื่องตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด One Touch SelectSimple ใช้งานง่าย ไร้ปุ่มกด ไม่ต้องตั้งโค้ด พร้อมสัญญาณแจ้งเตือนระดับน้ำตาลสูง – ต่ำ




นายนรเทพ เอี่ยมแก้ว ผู้อำนวยการแผนกไลฟ์สแกน และนางสาวชมพูนุช สิริแสงทักษิณ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดแผนกไลฟ์สแกน ฝ่ายเวชภัณฑ์และครุภัณฑ์ บริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (ไทย) จำกัด หนึ่งในบริษัทด้านการดูแลสุขภาพ เปิดตัวเครื่องตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด วันทัช ซีเล็ค ซิมเพิล (OneTouch SelectSimple) รุ่นใหม่ ที่ใช้งานง่าย ไร้ปุ่มกด ไม่ต้องตั้งโค้ด สามารถบอกผลตรวจค่าระดับน้ำตาลในเลือด 5 วินาที (นับจากเครื่องนับถอยหลังจาก 5 – 1 วินาที) น้ำหนักเบา พกพาสะดวก พร้อมสัญญาณเตือนแจ้งระดับน้ำตาลสูง – ต่ำ อีกทั้งช่วยให้คุณเจ็บน้อยขณะที่ทำการตรวจวัด ด้วยเข็มเจาะลิขสิทธิ์เฉพาะของจอห์นสัน ภายในงาน Select You to Thank You สำหรับผู้ประกอบธุรกิจร้านยา ณ โรงแรม มิลเลเนียม ฮิลตัน เมื่อเร็วๆ นี้


ที่มา: ฮิลล์ แอนด์ นอลตัน สแตรทิจีส์  

แนน ปิยะดา ทิ้งทวนรักไม่รุ่งมุ่งทำดี โชว์ปลดบราเก่าช่วยงานการกุศล‏




สร้างกระแสฮือฮาทอล์คออฟเดอะทาวน์ให้กับวงการอีกครั้ง เมื่อดาราสาว “แนน ปิยะดา ตุรงคกุล”   ประกาศว่าเมื่อรักไม่รุ่งจึงมุ่งขอทำดี ล่าสุดทุ่มสุดตัวทิ้งทวนรักเก่าโชว์ชอตเด็ดปลดบรากลางงานเปิดตัวโครงการ “บราเก่าของคุณ...อาชีพใหม่ของเขา"ของแบรนด์วาโก้ชุดชั้นในชื่อดัง เพื่อรณรงค์ให้สาวๆ ทั้งหลายมาร่วมบริจาคบราเก่าที่ไม่ใช้แล้วมาใช้วัสดุต่อยอดในกิจกรรมฝึกอาชีพเสริมสร้างรายได้ให้กับสตรีผู้ด้อยโอกาส งานนี้ใครอยากรู้ว่าบราเก่าที่ซีถอดจะเอาไปทำอะไรยังไงต่อนั้น 1 มี.ค. 2555 ที่ ดิจิตอล เกตเวย์ บ่ายสามโมง ตามไปดูกันได้เลย


ที่มา: กนกรัตน์ แอนด์ เฟรนด์ 

พรานทะเล เปิดตัวเมนูใหม่ “ข้าวต้มจิ๊กโก๋” ปฏิวัติอาหารแช่แข็ง




พรานไพร นำโดย นายอนุรัตน์ โค้วคาสัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาดและฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท พรานทะเล มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เปิดตัวเมนูใหม่ ซึ่งปฏิวัติอาหารแช่แข็ง “ข้าวต้มจิ๊กโก๋” ข้าวต้มกุ๊ยพร้อมกับข้าวในซองเดียว ข้าวต้มกุ๊ยทำจากข้าวหอมมะลิ พร้อมหลากหลายเมนูให้เลือก ได้แก่ ไข่เจียวไชโป้ว ยำกุนเชียง หมูสับหน่ำเลี๊ยบ หมูสับปลาเค็ม ยำปลาเค็ม อิ่มอร่อยสบายท้องได้ทุกมื้อทุกเวลา






 ที่มา: พรานทะเล มาร์เก็ตติ้ง 

วัตสันส่งความสุขต้อนรับเด็กกลับบ้าน




วัตสัน ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามยอดขายอันดับหนึ่งในประเทศไทย 7 ปีซ้อน นำโดยคุณนวลพรรณ ชัยนาม ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เซ็นทรัล วัตสัน จำกัด และพนักงานวัตสันร่วมจัดงานต้อนรับเด็กๆ สมาชิกบ้านพักฉุกเฉิน สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี ในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาธินัดดามาตุ ในโอกาสที่สมาชิกสามารถย้ายกลับมาพักอาศัย ณ บ้านพักฉุกเฉินได้ดังเดิม หลังจากสถานการณ์น้ำท่วมได้ผ่านพ้นไป โดยในงานต้อนรับ วัตสันได้จัดกิจกรรมต่างๆ และมอบของขวัญ เรียกความสนุกสนานและส่งความสุขให้กับเด็กๆ พร้อมมอบของใช้จำเป็นต่างๆ โดยมีคุณเมทินี พงษ์เวช ผู้อำนวยการ กรรมการสมาคมฯ เป็นผู้รับมอบ


ที่มา: ฮิลล์ แอนด์ นอลตัน ประเทศไทย

พรานไพร เปิดตัวเมนูใหม่ “ข้าวต้มจิ๊กโก๋” ข้าวต้มกุ๊ยพร้อมกับข้าวในซองเดียว




พรานไพร นำโดย นายอนุรัตน์ โค้วคาสัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาดและฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท พรานทะเล มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เปิดตัวเมนูใหม่ ซึ่งปฏิวัติอาหารแช่แข็ง “ข้าวต้มจิ๊กโก๋” ข้าวต้มกุ๊ยพร้อมกับข้าวในซองเดียว ข้าวต้มกุ๊ยทำจากข้าวหอมมะลิ พร้อมหลากหลายเมนูให้เลือก ได้แก่ ไข่เจียวไชโป้ว ยำกุนเชียง หมูสับหน่ำเลี๊ยบ หมูสับปลาเค็ม ยำปลาเค็ม อิ่มอร่อยสบายท้องได้ทุกมื้อทุกเวลา 


ที่มา: พรานทะเล มาร์เก็ตติ้ง

เสือบุกกรุง! ไทเกอร์ แอร์เวย์ส แจกตั๋วเครื่องบินฟรี




ไทเกอร์ แอร์เวย์ส จัดรถสามล้อ 200 คัน รับ-ส่งผู้โดยสารฟรี 5 จุดทั่วกรุง บริเวณตึกอัมรินทร์ พลาซ่า, เซ็นทรัล เวิลด์, มาบุญครอง เซ็นเตอร์, สยาม เซ็นเตอร์ และประตูน้ำ พร้อมมอบโชค ให้ผู้โดยสารได้ร่วมลุ้นตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-สิงคโปร์ หรือ กรุงเทพฯ – คลาร์ก (ใกล้กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์) จำนวน 1 คู่ วันนี้ ตั้งแต่เวลา 13.00-16.00 น.




ไทเกอร์ แอร์เวย์ส มีบริการเที่ยวบินตรงสู่ประเทศวิงคโปร์ จำนวน 35 เที่ยว ต่อสัปดาห์ ราคาเริ่มต้นที่ 2,300 บาท และสายการบินพันธมิตร เซ้าท์อีส เอเชี่ยนแอร์ไลน์ส (SEAIR) บริการเที่ยวบินสู่เมืองคลาร์ก ประเทศฟิลิปปินส์ จำนวน 3 เที่ยว ต่อสัปดาห์ ราคาเริ่มต้นที่ 1,700 บาท 

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.tigerairways.com


ที่มา: เวเบอร์ แชนด์วิค

Fujitsu ScanSnap N1800 เปลี่ยนเอกสารให้เป็นดิจิตอล พร้อมรองรับการเชื่อมต่อบริการคลาวด์




เดอะแวลลูซิสเตมส์ นำเสนอฟูจิตสึ สแกนสแนป เอ็น1800 (Fujitsu ScanSnap N1800) เครื่องสแกนเนอร์ขนาดเล็กกะทัดรัด ช่วยจัดการงานเอกสารไปสู่การทำงานแบบไร้กระดาษได้อย่างง่ายดาย เพียงป้อนข้อมูลเข้าเครื่องเลือกจุดหมายปลายทางที่จอหน้าจอแบบสัมผัส ช่วยแปลงเอกสารให้เป็นข้อมูลดิจิตอลไปยังแฟ้มข้อมูลในเครือข่าย หรือบนคลาวด์ได้อย่างง่ายดาย

เครื่องสแกนเนอร์ สแกนสแนป เอ็น1800 (Fujitsu ScanSnap N1800) เครื่องสแกนเนอร์แบบเครือข่าย ที่มาพร้อมความสามารถที่หลากหลายตอบสนองต่อการใช้งานระดับสูงด้วยฟังก์ชันอันชาญฉลาดมากมาย ช่วยขจัดความยุ่งยากในการทำงานเอกสารออกไปหมดสิ้น รองรับการใช้งานแฟกซ์และอีเมล์ กับการใช้งานง่ายเพียงแค่ใส่เอกสารเข้าไปที่เครื่อง ด้วยหน้าจอแสดงผลแบบสัมผัสขนาดใหญ่ป้อนข้อมูลเข้าเครื่องสแกนเพื่อเลือกจุดหมายปลายทางและกดปุ่มสแกน ไม่ว่าจะเป็นการสแกนเอกสารไปยังเครื่องแฟกซ์ในระบบเครือข่ายสแกนไปยังอีเมล์ และสแกนไปยังแฟ้มข้อมูลในระบบเครือข่ายได้ในพริบตา

ฟูจิตสึ สแกนสแนป เอ็น1800 (Fujitsu ScanSnap N1800) ช่วยแปลงงานเอกสารบนแผ่นกระดาษให้เป็นข้อมูลดิจิตอลได้อย่างรวดเร็ว เพียงปลายนิ้วสัมผัส ด้วยคุณสมบัติการเชื่อมต่อการทำงานร่วมกับบริการคลาวด์ ผู้ใช้งานจึงสามารถเชื่อมต่อการทำงานและได้อย่างราบรื่น รวมถึงสามารถเซฟข้อมูลภาพที่สแกนไว้ได้อีกด้วย

สแกนสแนป เอ็น1800 มีขนาดเล็กประสิทธิภาพสูง ที่มาพร้อมกับการป้อนกระดาษแบบอัตโนมัติ (Auto Document Feeder) ช่วยให้การสแกนเอกสารจำนวนมากเป็นไปอย่างรวดเร็ว สำหรับความเร็วในการสแกนเอกสารขาว-ดำ แบบหน้าเดียว (Simplex) ที่ความเร็ว 20 แผ่นต่อนาที และแบบสองหน้า (Duplex) ที่ความเร็ว 40 หน้าต่อนาทีที่ความละเอียด 300 จุดต่อนิ้ว มีถาดป้อนกระดาษอัตโนมัติสามารถใส่กระดาษได้ 50 แผ่น 

เครื่องสแกนเนอร์รุ่นนี้สามารถป้อนเอกสารได้อย่างราบรื่น ไม่ว่าเอกสารจะมีน้ำหนักหรือขนาดใดก็ตาม ยังสามารถสแกนเอกสารได้ 2 หน้าพร้อม ๆ กันจากชุดรับภาพ CCD 2 ชุด (Dual CCD) ช่วยให้การสแกนเอกสารแบบสองหน้าทำได้อย่างรวดเร็ว มีความคมชัดและให้รายละเอียดสีที่ครบครัน ไม่ว่าจะสแกนเอกสารขนาดใดเครื่องสามารถตรวจจับขนาดกระดาษได้เองโดยอัตโนมัติ รวมถึงการวางกระดาษ, สี, หรือตรวจถ่ายสองหน้า และยังมีระบบการกำจัดเอกสารทีมีหน้าว่างโดยอัตโนมัติอีกด้วย

จุดเด่นผลิตภัณฑ์

▪ เน็ตเวิร์กสแกนเนอร์ที่สามารถเชื่อมโยงกับบริการคลาวด์ได้

▪ ถาดป้อนกระดาษอัตโนมัติความจุ 50 แผ่น ที่มาพร้อมด้วยจอแสดงผลแบบสัมผัสและคีย์บอร์ด

▪ สแกนเอกสารด้วยอัตราเร็ว 20 แผ่นต่อนาที ด้วยเทคโนโลยีประมวลผลภาพขั้นสูง ที่ความละเอียด 300 จุดต่อนิ้ว

▪ สแกนงานได้หลากหลาย ตั้งแต่บัตรประจำตัวแบบพลาสติก ไปจนถึงเอกสารขนาดใหญ่ระดับ A3





คุณสมบัติทั่วไป

▪ Product name : ScanSnap N1800

▪ Scanner type : ADF (Automatic Document Feeder)

▪ Scanning modes : Color, grayscale, monochrome, automatic (color / grayscale / monochrome detection)

▪ Image sensor type : Color CCD (Charge-coupled device) x 2 (front x 1, back x 1)

▪ Light source : White cold cathode discharge lamp x 2 (front x 1, back x 1)

▪ Document size Maximum : Legal (8.5in. x 14in.), Minimum: A8 Portrait (52mm x 74mm) or 2in. x 3in.

▪ Paper weight (Thickness) : 52g/m2 to 127g/m2 (14lb to 34lb) and only supports 127g/m2 (34lb) for A8 sheets

▪ Scanning speed (A4portrait) : Simplex: 20ppm (200dpi, 300 dpi), Duplex: 40ipm (200dpi, 300dpi)

▪ Paper chute capacity : 50sheets (Letter/A4, 80g/m2 or 20lb) (Active loadable ADF)

▪ Expected daily volum : 400sheets/day

▪ Optical resolution : 600dpi

▪ Output resolution : 150 / 200 / 300 / 600 dpi

▪ Output methods 

- Save image data to network folder / FTP server

- Send image data by E-mail

- Print (Sends image data to printer server)

- Send image data by FAX (Sends image data to FAX server in E-mail format)

- Save image data to SharePoint folder

▪ Output file formats : PDF (Searchable / Password-protected / compressed / Marker Index processed), JPEG, TIFF (single / multi-page), page output in reverse order

▪ Network interface : 10BASE-T, 100BASE-TX

▪ Network protocols : TCP / IP, DHCP, SMTP, SMB, LDAP, NTP, FTP, HTTP

▪ Dimensions (Width x Depth x Height) : 300mm x 226mm x 172mm (11.8in. x 8.9in. x 6.8in.)

▪ Device Weight : 6kg (13.23lb)

▪ Display : 8.4inch XGA (1,024pixels x 768pixels) TFT Color monitor

▪ Multi-feed detection : Supported (Standard) ultrasonic multi-feed defection sensor

สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ได้ที่ : ฝ่ายผลิตภัณฑ์ บริษัทเดอะแวลลูซิสเตมส์ จำกัด โทร. 0-2661-6666 หรือสามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์ www.value.co.th


ที่มา: เดอะแวลลูซิสเตมส์ 

แอลจีเปิดตัวแบรนด์ แอมบาสเดอร์ PRADA PHONE BY LG 3.0 สะท้อนเอกลักษณ์หรูอย่างมีสไตล์




แอลจี และปราด้าเปิดตัว เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน และ ดาเรีย เวอร์โบวี่ นางแบบลูกครึ่งชาวยูเครนและแคนาเดียนผู้ทำงานร่วมกับแบรนด์แฟชั่นชั้นนำระดับโลกมากมาย ได้รับการคัดเลือกจากแอลจี ในฐานะแบรนด์ แอมบาสเดอร์ แคมเปญโฆษณา PRADA phone by LG 3.0 (ถ่ายทำโดยช่างภาพแฟชั่นชาวอังกฤษชื่อดัง เดวิด ซิมส์) ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นที่สามอันเกิดจากความร่วมมือระหว่างปราด้า และแอลจี แบรนด์ แอมบาสเดอร์ ทั้งสองสามารถสะท้อนบุคลิกของปราด้า และแอลจีได้อย่างชัดเจน ด้วยภาพลักษณ์ที่สามารถสื่อถึงเอกลักษณ์ของ PRADA phone by LG 3.0 ในการเป็นสมาร์ทโฟนซึ่งผสมผสานที่สุดแห่งดีไซน์และนวัตกรรมล้ำสมัย 

PRADA phone by LG 3.0 ผสานความโดดเด่นด้านการดีไซน์ของปราด้า และเทคโนโลยีที่เหนือชั้น ของแอลจี อย่างลงตัว ด้วยหน้าจอขนาด 4.3 นิ้ว ที่ให้ความสว่างสูงที่สุดในโลกถึง 800-nit ตัวเครื่องได้รับการออกแบบภายใต้ปรัชญาการดีไซน์เรียบและเฉียบคมของปราด้า ด้วยตัวเครื่องสีดำสุดคลาสสิค หน้าจอทัชสกรีนแบบกลอสซี่ พร้อมดีไซน์ด้านหลังตัวเครื่องด้วยลายหนังซาฟเฟียโน (Saffiano) รวมถึงการออกแบบยูสเซอร์อินเทอร์เฟซ ด้วยไอคอนและเมนูการทำงานที่เน้นโทนสีดำ เทา และขาวอันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของแบรนด์ปราด้า รายละเอียดทุกส่วนของ PRADA phone by LG 3.0 ได้ถูกถ่ายทอดความงามลงบนตัวเครื่องที่มีความบางเพียง 8.5 มิลลิเมตร ตัวปุ่มการทำงานถูกดีไซน์ซ่อนไว้อย่างแนบเนียน ช่วยเพิ่มความหรูหราให้โดดเด่นยิ่งขึ้น




PRADA Phone by LG 3.0 มาพร้อมประสิทธิภาพการทำงานที่เหนือกว่าด้วยหน่วยประมวลผลแบบ Tri Dual 1.0 GHz ตอบสนองการใช้งานได้อย่างรวดเร็วทันใจ พร้อม Dual Band WiFi รองรับการเชื่อมต่ออย่างไร้ขีดจำกัด

PRADA phone by LG 3.0 ราคา 19,900 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และสามารถซื้อปราด้าบลูทูธ (มีจำนวนจำกัด) ได้ตามร้านค้าที่เข้าร่วมรายการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเข้าชมได้ที่ www.lg.com/th หรือ www.pradaphonebylg3.com/thai ติดต่อศูนย์บริการข้อมูลแอลจี โทร 02-878-5757




ความร่วมมือระหว่างปราด้าและแอลจี

เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2549 นำมาสู่การเปิดตัวมือถือปราด้าถึงสองรุ่น โดยรุ่นแรกเข้าสู่ตลาดในปี พ.ศ. 2550 และต่อมาในปี พ.ศ. 2551 ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมทั้งในส่วนของซอฟต์แวร์, ยูสเซอร์ อินเตอร์เฟซ ไปจนถึงดีไซน์และแพ็คเกจ 

PRADA Phone by LG 1.0 นับเป็นมือถือแบรนด์แฟชั่นระดับโลกรุ่นแรก ซึ่งมียอดขายถึงกว่า 1 ล้านเครื่อง เป็นการผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างดีไซน์สุดหรูและเทคโนโลยีระดับไฮเอนด์ และ PRADA Phone by LG 1.0 ก็ได้รับเกียรติเข้าไปจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์การแสดงศิลปะสมัยใหม่ของนิวยอร์ค (New York City’s Museum of Modern Art - MoMA) และในพิพิธภัณฑ์การแสดงศิลปะร่วมสมัยของเซี่ยงไฮ้ (the Museum of Contemporary Art - MOCA) 




PRADA Phone by LG จึงเป็นนวัตกรรมเทคโนโลยีที่นำเสนอให้แก่ผู้ใช้งานอย่างแท้จริง โดย PRADA Phone by LG 1.0 เป็นมือถือทัชสกรีนรุ่นแรกของโลก และ PRADA Phone by LG 2.0 เป็นสมาร์ทโฟน ที่มอบประสบการณ์ที่แตกต่างผ่านเทคโนโลยี Link ที่มีอยู่ในนาฬิกาพิเศษ ซึ่งช่วยให้การใช้งานต่างๆ อาทิ การควบคุม caller ID การส่งข้อความ การบล็อคสายโทรเข้า-ออก เพื่อใช้งานสะดวกสบายและง่ายดายยิ่งขึ้น

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความร่วมมือระดับโลกระหว่างปราด้าและแอลจี พร้อมรายละเอียดของ PRADA Phone by LG 3.0 ได้ที่ www.pradaphonebylg3.com/thai


ที่มา: แอลจีวัน ประเทศไทย

วาโก้รุกตลาดจัดกิจกรรมซีเอสอาร์ตอกย้ำผู้นำตลาดชุดชั้นในสตรีไทย‏




เดินหน้ารุกกิจกรรมซีเอสอาร์ตอกย้ำผู้นำตลาดอย่างต่อเนื่องสำหรับ ธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้ช่วยผู้อำนวยการ บมจ.ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์วาโก้ แถลงข่าวจัดกิจกรรมสร้างสรรค์สังคม ฉลองเทศกาลวาโก้ บราเดย์เป็นปีที่สองด้วยการเปิดตัวแคมเปญ “บราเก่าของคุณ...อาชีพใหม่ของเขา” รณรงค์ให้ผู้หญิงทั่วประเทศร่วมกันบริจาคบราเก่า มอบให้กับสมาคมสตรีอาสาสมัครแห่งประเทศไทยฯ สำหรับใช้ในงานฝึกอาชีพส่งเสริมศักยภาพสตรีให้มีรายได้จากการประดิษฐ์ของใช้ด้วยวัสดุจากบราเก่า ซึ่งเป็นการรีไซด์เคิลลดโลกร้อนแถมผู้บริจาคบราเก่าทุกแบรนด์ ยังจะได้คูปองมูลค่า 200 บาท แลกซื้อบราวาโก้ตัวใหม่อีกต่างหาก เรียกว่าได้ประโยชน์หลายเด้ง จัดงาน 1 มี.ค. นี้ ดิจิตอล เกตเวย์ สยามสแควร์ บ่ายสามโมงเป็นต้นไป รับบริจาคที่เคาเตอร์วาโก้ ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป


ที่มา: กนกรัตน์ แอนด์ เฟรนด์ 

พูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับกรุงเทพมหานคร




โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ นำโดย วณิชยา เกียรติดำรงวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ และ รวมพร แสนหาญ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคลและฝึกอบรมเข้ามอบต้นมนิลา ปาล์ม จำนวน 200 ต้น ให้แก่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้แก่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการ Green Bangkok เมื่อเร็วๆ นี้ 


ที่มา: โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ 

ดั๊บเบิ้ล เอ เปิดตัว “ปอ ทฤษฎี” Brand Ambassador ต้นกระดาษในโครงการ “เปลี่ยนคันนา เป็นเงินออม” ให้เกษตรกรมีรายได้เสริมจากการปลูกข้าว‏




คุณชาญวิทย์ จารุสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ดั๊บเบิ้ล เอ เปิดตัว “ปอ ทฤษฎี” Brand Ambassador คนแรกของ “ต้นกระดาษดั๊บเบิ้ล เอ” พร้อมเปิดตัวโครงการ “เปลี่ยนคันนา เป็นเงินออม” เชิญชวนเกษตรกรไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิกปลูกต้นกระดาษดั๊บเบิ้ล เอ บนคันนา พร้อมบริการเก็บเกี่ยวและขนบรรทุกไม้ให้กับสมาชิก โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หวังสร้างรายได้เสริมให้กับเกษตรกรไทย โดยมี คุณอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ให้เกียรติร่วมมอบต้นกระดาษให้กับเกษตรกรนำไปปลูกบนคันนา ตั้งเป้าหมายเกษตรกรเข้าร่วมโครงการเปลี่ยนคันนาเป็นเงินออม 4 แสนราย โดยเกษตรกรจะมีผลตอบแทนตั้งแต่ 30,000-450,000 บาท ผู้ที่สนใจเข้าร่วมเป็นสมาชิกโครงการสามารถติดต่อรายละเอียดได้ที่สายด่วนดั๊บเบิ้ล เอ 1759 กด 5


ที่มา: ดั๊บเบิ้ล เอ

I.C.C. ฉลองบราเดย์จัดงานเปิดตัวโครงการสร้างสรรค์สังคมสุดยิ่งใหญ่‏


บมจ.ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์วาโก้ จัดงานเปิดตัวแคมเปญ “บราเก่าของคุณ...อาชีพใหม่ของเขา” รณรงค์ให้ผู้หญิงทั่วประเทศร่วมกันบริจาคบราเก่า เนื่องในวันเทศกาลวาโก้ บราเดย์ในประเทศไทย เพื่อมอบให้กับสมาคมสตรีอาสาสมัครแห่งประเทศไทยในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอเจ้าฟ้าเพชรรัตน์ราชสุดาสิริโสภาพัณณวดี สำหรับใช้ในงานฝึกอาชีพส่งเสริมศักยภาพสตรีโดยมีเหล่าเซเลบชื่อดังมาร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ ม.ร.ว.จันทรลัดดา ยุคล ปวีณลักษ์ ลิมปิชาติ และ ปัทมาวดี เสนาณรงค์ ในวันที่ 1 มีนาคม 2555 ณ ดิจิตอล เกตเวย์ สยามสแควร์ เวลา 15.00-17.00 น.


ที่มา: กนกรัตน์ แอนด์ เฟรนด์ 

ดั๊บเบิ้ล เอ มอบรางวัล 8 ล้านบาทให้ 8 สาวผู้ชนะการประกวด Double A I-Girls 2011‏




ดั๊บเบิ้ล เอ กระดาษจากคันนา ที่ส่งออกแล้วกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ได้จัดการประกวด Double A I-Girls 2011 ซึ่งตัดสินได้ผู้ชนะทั้ง 8 สาวงามมากความสามารถ เพื่อเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของดั๊บเบิ้ล เอ ได้รับเงินรางวัลคนละ 1 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 8 ล้านบาท โดยมีนายชาญวิทย์ จารุสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ดั๊บเบิ้ล เอ ให้เกียรติขึ้นมอบรางวัล เมื่อเร็วๆนี้ ณ ลานแฟชั่น ฮอลล์ สยามพารากอน ทั้งนี้ Double A I-Girls ทั้ง 8 สาวจะปฎิบัติภารกิจในการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของดั๊บเบิ้ล เอ ทั้งในประเทศแลต่างประเทศ ภายใต้แนวคิด "Double A : Paper for theWorld" หรือ "กระดาษแบรนด์ไทย เติบโตไปไกลระดับโลก"ซึ่งเป็นกระดาษจากคันนาของเกษตรกร มีส่วนช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้12.5 กิโลกรัมต่อรีม ช่วยลดโลกร้อน 


ที่มา: ดั๊บเบิ้ล เอ

ผุดแม่น้ำ เรสซิเดนท์ 3,000 ล้าน




คุณแม่มาลี ตั้งสิน ประธานบริหารโรงแรมแม่น้ำ รามาดาพลาซา ได้จัดงานฉลองครบรอบ 84 ปี                  ขึ้นที่โรงแรมฯ โดยมีแขกผู้มีเกียรติร่วมงานเป็นจำนวนมาก พร้อมประกาศเดินหน้าแผนลงทุนครั้งยิ่งใหญ่ปี 2555 เตรียมเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมสุดหรู 59 ชั้น ภายใต้ชื่อโครงการ “แม่น้ำ เรสซิเดนท์” มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งจะเปิดขายอย่างเป็นทางการเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยมีคุณเดชา ตั้งสิน บุตรชายเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และรศ. ดร. ต่อตระกูล ยมนาค เป็นประธานที่ปรึกษาโครงการ


ที่มา:  พีอาร์ วัน เน็ทเวิร์ค 

พักผ่อนคลายร้อนในราคาสุดพิเศษกับโปรโมชั่น ‘Stay Surprised’ ที่ ฮอลิเดย์ อินน์ รีสอร์ท รีเจ้นท์ บีช ชะอำ




โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ รีสอร์ท รีเจ้นท์ บีช ชะอำ ขอเสนอโปรโมชั่น ‘Stay Surprised’ พิเศษเพียง 4 วันเท่านั้น เฉพาะผู้ที่ซื้อห้องพักภายในงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 24 ระหว่างวันที่ 1-4 มีนาคม 2555 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์ บู๊ธ P191-192 โซนแพลนนารี ในราคาเริ่มต้นเพียง 2,400 บาทสุทธิ ต่อห้อง ต่อคืน รวมอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์สำหรับ 2 ท่าน

ร้อนนี้พักผ่อนกับครอบครัวพร้อมสัมผัสกับธรรมชาติและความสวยงามของชายหาดชะอำ และสิ่งอำนวยความสะดวกของรีสอร์ทที่ครบครันภายหลังการปรับโฉมใหม่ของรีสอร์ท พบกับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพนักงานมืออาชีพที่พร้อมมอบบริการที่เป็นมิตร ท่ามกลางบรรยากาศสบาย ๆ พร้อมหน้ากัน เสมือนอยู่บ้านหลังที่ 2 อันแสนอบอุ่น ในราคาสุดพิเศษ เริ่มต้นที่ห้องซุพีเรียร์ในราคาเพียง 2,400 บาทสุทธิ ต่อห้อง ต่อคืน รวมอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์สำหรับ 2 ท่าน ผู้ที่สะดวกเข้าพักทุกวันเสาร์ อาทิตย์ หรือวันหยุดต่อเนื่อง สามารถเพิ่มเงินอีกเพียง 500 บาท ต่อห้อง ต่อคืน สำหรับห้องพักทุกประเภท หรือเลือกอัพเกรดห้องพักโดยจะได้รับส่วนลด 50% เมื่อจองห้องพักภายในงานไทยเที่ยวไทยครั้งที่ 24 ระหว่างวันที่ 1-4 มีนาคม 2555 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์ ราคาพิเศษนี้สำหรับการเข้าพักได้จนถึง 30 กันยายน 2555




คุณซานดร้า คล็อพพร็อกจ์ ผู้จัดการทั่วไป ฮอลิเดย์ อินน์ รีสอร์ท รีเจ้นท์ บีช ชะอำ กล่าวว่า “รีสอร์ทของเราอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์เพียง 2 ชั่วโมงครึ่ง ก็จะได้สัมผัสกับชายหาดอันสวยงาม และอยู่ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ทั้งตัวเมืองชะอำและหัวหิน นอกจากนี้ภายในรีสอร์ทมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวโดยเฉพาะ อาทิ ห้องพักแบบ Family Suites ที่ให้ความเป็นส่วนตัวทั้งผู้ปกครองและเด็ก ๆ ด้วยห้องนอนแยกเป็นสัดส่วน นอกจากนี้ยังมีคิดส์คลับ (Kids’ Club) ที่พรั่งพร้อมด้วยกิจกรรมบันเทิงสำหรับเด็ก ๆ ที่จะได้เล่นอย่างอิสระภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของพี่เลี้ยงมืออาชีพ พร้อมสระเด็ก ที่ให้น้อง ๆ ได้สัมผัสกับสายลมธรรมชาติจากชายหาดชะอำอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้มาสคอตชื่อ ชาร์มา (Charma) พร้อมแล้วที่จะให้การต้อนรับเด็ก ๆ ทุกคน”

วันหยุดสุดพิเศษนี้เชิญสัมผัสกับบรรยากาศรีสอร์ทติดทะเล เข้าพักในห้องพักที่เพิ่งปรับโฉมใหม่และพบกับบริการของพนักงานที่เปี่ยมด้วยมิตรภาพได้ที่ฮอลิเดย์ อินน์ รีสอร์ท รีเจ้นท์ บีช ชะอำ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองห้องพักได้ที่

บู๊ธเบอร์ P191- 192 โซนแพลนนารี ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์
โทร. +66 32 451 240-9 หรืออีเมล์ rsvnchaam@holidayinnregentbeach.com


ที่มา: เวเบอร์ แชนวิค

TDK Life on Record ปลื้มหูฟัง ST 800 ขึ้นแท่นสินค้าระดับ 5 ดาวจากเว็บไซต์ T3 Gadget ของยุโรป




TDK Life on Record จัดเต็มประสิทธิภาพหูฟังระดับไฮเอนด์ TDK ST800 เจเนอเรชั่นใหม่ ซึ่งครบเครื่องด้วยการติดตั้งภาคอีคิว (Equalizer) สื่อพลังเสียงที่หนักแน่น ไม่ผิดเพี้ยน สามารถใช้งานกับเครื่องเล่น MP3 พร้อมการออกแบบที่เรียบหรูแบบเมทัลลิคผสมหนังแท้ เอาใจคอเพลงที่ต้องการสินค้าคุณภาพและดูมีระดับในเวลาเดียวกัน จนขึ้นแท่นสินค้าระดับ 5 ดาว จากการรีวิวโดยเว็บไซต์ T3 Gadget ของยุโรป 

สตีเว่น สเวนสัน (Steven Swenson) ผู้บริหารแบรนด์ TDK Life on Record ระดับโลก บริษัท อิมเมชั่น คอร์ป เปิดเผยถึง หูฟังระดับไฮ-เอนด์ TDK ST800 ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ด้านเสียงเพลงตัวใหม่ที่ได้รับความน่าเชื่อถือทั้งในเรื่องคุณภาพและดีไซน์ เพื่อตอบรับแนวโน้มตลาดซึ่งต้องการหูฟังที่มีประสิทธิภาพสูงมากขึ้น รวมทั้งสามารถใช้งานกับเครื่องเล่น MP3 ด้วยสุดยอดเทคโนโลยีที่ไม่เป็นรองใคร “หูฟังส่วนใหญ่ในตลาดขณะนี้จะผลิตขึ้นเฉพาะสำหรับการฟังดนตรีแต่ละแนว เช่น ดนตรีที่เน้นเบสหนัก ๆ แต่ TDK Life on Recored เลือกที่จะออกแบบและพัฒนาหูฟังให้เหมาะกับการฟังดนตรีทุกประเภท” 

สำหรับแคมเปญการตลาดนั้น บริษัทจะโปรโมทผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มอินดี้ ร็อค และฮิปฮอป ที่ผ่านมา ศิลปินอย่าง Snoop Dogg และแมท แอนด์ คิม ก็ยังได้นำผลิตภัณฑ์ของ TDK Life on Record ไปใช้ในการถ่ายทำมิวสิค วิดีโอ แม้กระทั่งซีรี่ส์ Glee ก็ยังขอให้มีการนำผลิตภัณฑ์ของ TDK Life on Record เข้ามาไว้ในฉากตอนหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ นับเป็นการฝากผลงานของผลิตภัณฑ์ไว้ในระยะยาว

นอกจากนี้ เว็บไซต์ซึ่งนำเสนอเทคโนโลยีสุดฮิปและอินเทรนด์อย่างเว็บไซต์ T3 Gadget ยุโรป ยังยกนิ้วให้ TDK ST800 เป็นหูฟังติดระดับห้าดาว เนื่องจากประสิทธิภาพที่ไม่แตกต่างจากห้องฟังเพลงเคลื่อนที่ชั้นดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการติดตั้งภาคปรับแต่งเสียงหรืออีคิว (Equalizer) ไว้ในตัวผลิตภัณฑ์ ซึ่งให้อิสระกับผู้ฟังในการปรับแต่งเสียงได้ในทุกระดับ การออกแบบแป้นควบคุมระดับเสียงซึ่งติดตั้ง ณ ที่ครอบหูด้านขวา เพื่อปรับระดับความดังของเสียง หรือปิดเสียงได้ง่ายและรวดเร็ว รวมถึงการออกแบบแบบเมทัลลิคผสมวัสดุหนังแท้ที่เรียบหรูทันสมัย 

คุณลักษณะพิเศษอีกมากมาย อาทิ การปรับแต่งเสียงเบสหรือเสียงสูงได้ในระดับ 5 dB +/- ความโดดเด่นเหนือคู่แข่งในเรื่อง Signature Sound ด้วยพลังเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ เที่ยงตรง สมจริง ไม่ผิดเพี้ยน การจัดสมดุล (Balance) ของย่านเสียงต่าง ๆ ได้มีประสิทธิภาพ ไดรเวอร์แรงขับ 50 MM.ซึ่งให้มิติเสียงที่ครบถ้วนและแม่นยำในทุกตำแหน่งของเครื่องดนตรี ช่วงความถี่ของเสียงที่กว้างสามารถรองรับแนวดนตรีหลากสไตล์ไม่ว่าจะเป็นคลาสสิค ร็อค แดนซ์ ค่า Sensitivity ระดับ 104 dB ซึ่งสามารถเพิ่มความดังของเสียงโดยที่เสียงสูงไม่แตก หรือมีเสียง (ซ) ให้รำคาญหู การออกแบบโครงสายรัดและที่ครอบหูซึ่งกระจายน้ำหนักอย่างสมดุลและแนบพอดีกับสรีระของผู้ใส่ เพื่อป้องกันเสียงจากภายนอกและไม่ลดทอนคุณภาพเสียงจากภายใน ช่วยให้คอเพลงสามารถสัมผัสประสบการณ์การฟังในแบบฉบับที่ตนเองต้องการ (Signature Experience)

หูฟัง TDK ST800 ใช้งานกับแบตเตอรี่ขนาด AAA 2 ก้อน (อายุการใช้งาน 12 ชั่วโมง) ความยาวของสายหูฟังในตัว 1.22 เมตร หรือ 4 ฟุต หัวแจ็คสีทองสำหรับช่องหูฟังขนาด 3.55 มม. สายต่อเพิ่มความยาวในการใช้งานหูฟังได้ไกลถึง 12 ฟุต จากต้นกำเนิดเสียง น้ำหนักเพียง 419 กรัม (รวมแบตเตอรี่) จำหน่ายในราคา 5,990 บาท 


‘ดูปองท์’ รุกตลาดผลิตภัณฑ์เคลือบแก้ว ‘ดูปองท์TMไฮเปอร์โค้ท® โปร’ (DuPontTM HyperCoat® Pro) ตั้ง ’เมืองไทย เยนเนอรัล’ ตัวแทนขาย ผุดศูนย์บริการจับกลุ่มคนรักรถ




‘ดูปองท์’ รุกตลาดผลิตภัณฑ์ป้องกันสีรถยนต์ เปิดตัวผลิตภัณฑ์เคลือบแก้ว ‘ดูปองท์TMไฮเปอร์โค้ท® โปร’ ชูจุดแข็งด้านเทคโนโลยีการผลิตด้วย เทฟลอน® ที่มีคุณสมบัติปกป้องรอยขีดข่วนและฝุ่น จับกลุ่มลูกค้าคนรักรถหรู ลุยแต่งตั้ง ‘เมืองไทย เยนเนอรัล’ ยักษ์ใหญ่ในวงการอุตสาหกรรมผ้าคลุมรถเป็นตัวแทนจำหน่าย พร้อมเปิดศูนย์ให้บริการเคลือบแก้ว ภายใต้ชื่อ ‘เอ็มทีจี คาร์เมติค’ เล็งผุดสาขาทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดตามหัวเมืองใหญ่ ล่าสุด เตรียมเปิดศูนย์บริการเคลือบแก้ว ที่สาขาพระราม 2 ภายในไตรมาส 2 ปีนี้ ชี้มีโอกาสและศักยภาพในการเติบโต หลังคาดมูลค่าตลาดรวมโดยประมาณ 400 ล้านบาท

นายสิทธิศักดิ์ อนันตประยูร ผู้บริหารธุรกิจสีพ่นซ่อมรถยนต์ บริษัท ดูปองท์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำนวัตกรรมด้านสีพ่นซ่อมรถยนต์ชั้นนำของโลก เปิดเผยว่า ในไตรมาสแรกปีนี้ บริษัทฯ มีแผนรุกขยายตลาดผลิตภัณฑ์เคลือบแก้วรถยนต์ ภายใต้แบรนด์ ‘ดูปองท์TMไฮเปอร์โค้ท® โปร’ ด้วยแนวคิด ‘The World Class Ultimate Coating’ ปกป้องนาน เงางามเหนือกว่า รองรับกลุ่มลูกค้าคนรักรถระดับบนที่เป็นรถใหม่ โดยเฉพาะรถที่ออกมาจากโชว์รูม ที่ต้องการผลิตภัณฑ์ในการปกป้องสีรถยนต์ให้เงางามเหมือนใหม่อยู่เสมอ และรถยนต์ระดับบนที่ใช้งานในปีแรกซึ่งมีกว่า 50,000 คันต่อปี โดยฐานลูกค้ากลุ่มนี้ คาดว่าจะมีเจ้าของรถตัดสินใจใช้บริการเคลือบแก้วประมาณ 20% หรือ 10,000 คัน คิดเป็นมูลค่าตลาดประมาณ 400 ล้านบาทต่อปี 

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ชูจุดแข็งด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีการผลิตจาก ‘เทฟลอน®’ ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงในการเชื่อมต่อโมโลกุล 3K จนเป็นผลิตภัณฑ์ ‘ดูปองท์TMไฮเปอร์โค้ท® โปร’ ที่มีคุณสมบัติในเรื่องความแข็ง ลื่น และปกป้องรอยขีดข่วนและสิ่งสกปรก โดยสามารถคงรักษาสีรถยนต์ให้เกิดความเงางามได้ยาวนานขึ้น 

“ในฐานะที่เราเป็นผู้นำตลาดสีพ่นรถยนต์ในระดับโลกมากว่า 100 ปี ทำให้เรามีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการลูกค้าคนรักรถ รวมถึงการบริการที่ดี จะเป็นปัจจัยที่ได้เปรียบในการผลักดันให้ผลิตภัณฑ์เคลือบแก้ว ‘ดูปองท์TMไฮเปอร์โค้ท® โปร’ เป็นที่ยอมรับแก่ลูกค้าในด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยปกป้องสีรถยนต์ของลูกค้าให้ใหม่อยู่เสมอ” นายสิทธิศักดิ์กล่าว

ผู้บริหารธุรกิจสีพ่นซ่อมรถยนต์ บริษัท ดูปองท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวด้วยว่า สำหรับแผนการทำตลาดผลิตภัณฑ์เคลือบแก้ว ‘ดูปองท์TMไฮเปอร์โค้ท® โปร’ ในประเทศไทยนั้น บริษัทฯ ได้แต่งตั้งให้บริษัท เมืองไทย เยนเนอรัล จำกัด (MTG) ยักษ์ใหญ่ในวงการอุตสาหกรรมผ้าคลุมรถยนต์เป็นผู้แทนจำหน่ายและบริหารการตลาด เนื่องจากบริษัทฯ มองเห็นถึงศักยภาพการทำตลาดของ MTG ที่มีความเชี่ยวชาญการทำตลาดผ้าคลุมรถยนต์ที่เข้าใจถึงพฤติกรรมของลูกค้าที่เลือกใช้ผ้าคลุมรถเพื่อปกป้องสี ซึ่งถือเป็นฐานลูกค้ากลุ่มเดียวกับผลิตภัณฑ์เคลือบแก้วของดูปองท์




ด้านนายโกมล ลาภพรหมรัตน กรรมการผู้จัดการ บริษัทเมืองไทย เยนเนอรัล จำกัด ผู้ทำตลาดผลิตภัณฑ์ผ้าคลุมรถยนต์ กล่าวว่า บริษัทฯ มีความพร้อมและประสบการณ์การทำตลาดผลิตภัณฑ์ ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ในเมืองไทยและต่างประเทศมากกว่า 20 ปี ซึ่งบริษัทฯ มีความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์คุณภาพภายใต้แบรนด์ ‘ดูปองท์TM’และด้วยคุณภาพผลิตภัณฑ์เคลือบแก้ว ‘ดูปองท์TMไฮเปอร์โค้ท® โปร’ ซึ่งมีจุดแข็งเหนือคู่แข่งด้านนวัตกรรมสินค้า ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในต่างประเทศ บริษัทฯ จึงได้นำผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเข้ามาทำตลาดในไทย โดยดูปองท์ได้ให้การสนับสนุนด้านการตลาดและการเตรียมความพร้อมเพื่อพัฒนาทีมงานขายและฝึกอบรมทีมช่างบริการให้มีความเชี่ยวชาญในการทำงาน เพื่อให้สามารถรองรับกับการให้บริการแก่ลูกค้าที่ต้องการเข้ามาใช้บริการได้ดีที่สุด

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีแผนเปิดศูนย์ให้บริการเคลือบแก้ว ‘ดูปองท์TMไฮเปอร์โค้ท®โปร’ ภายใต้แนวคิด Carsmetic หมายถึง Car + Cosmetic ให้แก่กลุ่มลูกค้าคนรักรถ ที่ต้องการดูแลรถยนต์ให้เงางามเหมือนใหม่อยู่เสมอ โดย MTG จะลงทุนเปิดศูนย์บริการเคลือบแก้วภายใต้ชื่อ MTG Carsmetic แห่งแรกบนถนนพระราม 2 บนพื้นที่ 400 ตารางเมตร ซึ่งเป็นศูนย์บริการครบวงจร สามารถรองรับกลุ่มลูกค้าคนรักรถเข้ามาใช้บริการประมาณ 300 คันต่อเดือน ภายในไตรมาส 2 ของปีนี้ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังจะขยายเปิดศูนย์บริการเคลือบแก้วเพิ่มขึ้นอีกได้ในครึ่งปีหลัง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดตามหัวเมืองใหญ่ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต และพัทยา อีกด้วย


ที่มา: มาสเตอร์ มายด์ คอมมิวนิเคชั่นส์ 

PJW กำไรปี 54 โต 21.7 % ‘สาธิต’ เผยยุทธศาสตร์มุ่งเติบโตต่อเนื่อง




PJW - ปัญจวัฒนาพลาสติก โชว์ผลการดำเนินงานปี 54 กำไรโต 21.7% “สาธิต” เผยยุทธศาสตร์บริษัทฯ สร้างการเติบโตต่อเนื่อง ด้วยการเลือกลูกค้าในกลุ่มที่เติบโตสูงทั้งในและต่างประเทศ ชี้ปีนี้ตั้งเป้าโต ไม่น้อยกว่า 20%

นายสาธิต เหมมณฑารพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปัญจวัฒนาพลาสติก จำกัด (มหาชน) บริษัทชั้นนำในด้านการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ขึ้นรูปเป็นบรรจุภัณฑ์พลาสติกและชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับยานยนต์ เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานปี 2554 (มกราคม-ธันวาคม 2554) บริษัทฯ มีรายได้ทั้งสิ้น 1,643.7 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 18.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งมีรายได้ 1,385.2 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ 145.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.7% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีที่ผ่านมา ที่มีกำไรสุทธิ 119.4 ล้านบาท 

กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปัญจวัฒนาพลาสติก จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สำหรับรายได้ของปี 2554 มาจากบรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับบรรจุน้ำมันหล่อลื่นประมาณ 65 % บรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับบรรจุนมและนมเปรี้ยวประมาณ 13% บรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับบรรจุสินค้าอุปโภคและบริโภคประมาณ 7% บรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับบรรจุสารเคมีสำหรับการเกษตรประมาณ 4% ชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับยานยนต์ประมาณ 10% ที่เหลือเป็นอื่นๆ 

“สำหรับยอดขายของปีนี้คาดว่าในส่วนของชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับยานยนต์ซึ่งชะลอลง ในช่วงที่เกิดภาวะน้ำท่วม จะกลับมาเติบโตอย่างโดดเด่นอีกครั้ง ในขณะที่บรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับ บรรจุนมและนมเปรี้ยวก็มีโอกาสขยายตัวสูง เนื่องจากตลาดมีการขยายตัวสูง ประกอบกับรายได้ จากการลงทุนในประเทศจีนก็จะเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จึงเชื่อว่าในปี 2555 นี้ บริษัทฯ จะมีอัตราการเติบโต ของยอดขายปี 2555 ไม่น้อยกว่า 20%” นายสาธิตกล่าว

ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของปี 2555 นี้ นอกจากจะได้รับผลดีจากการการลงทุนในโรงงานและเครื่องจักรทั้งในประเทศไทย และในประเทศจีนแล้ว ยังจะมีรายจ่ายดอกเบี้ยลดลงจากการนำเงินที่ได้ จากการขายหุ้นเพิ่มทุนบางส่วนไปชำระคืนหนี้เงินกู้ด้วย 

“จะเห็นว่าการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ มีแผนกลยุทธ์ที่ชัดเจนในด้านของการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในจีน หรือการใช้เงินที่ได้จากการเพิ่มทุนมาสร้างโรงงานใหม่ เพิ่มสายการผลิตใหม่ๆ หลังจากที่สายการผลิตเดิมเดินเครื่องเต็มกำลังแล้ว นั่นหมายความว่าเราไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนา และ เรามองการเติบโตในอนาคตที่จะสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น” นายสาธิตกล่าว




ขณะที่ นายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการการจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน บมจ.ปัญจวัฒนาพลาสติก กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลประกอบการปี 2554 ที่เติบโตร้อยละ 21.7% ตอกย้ำให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจของ PJW ที่เติบโตมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ PJW ยังมีศักยภาพในการเติบโตสูง ในอนาคต จากการเป็นผู้นำในบรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับบรรจุน้ำมันหล่อลื่น การขยายตัวของอุตสาหกรรมนมและนมเปรี้ยว การฟื้นตัวของธุรกิจยานยนต์ และที่สำคัญคือโอกาสการเติบโตของ PJW ในประเทศจีน ทำให้มั่นใจมากว่า PJW จะสามารถรักษาอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่งนี้ไว้ได้


ที่มา: มาสเตอร์ มายด์ คอมมิวนิเคชั่นส์ 

ดั๊บเบิ้ล เอ ทุ่มงบกว่า 6 พันล้าน ตั้งโรงกระดาษ 3 ใน 304 อินดัสเตรียล ปาร์ค มั่นใจไร้ปัญหาน้ำท่วม


ดั๊บเบิ้ล เอ มั่นใจเศรษฐกิจไทยพร้อมเดินหน้า ลงทุน 6,600 ล้านบาท ตั้งโรงงานผลิตกระดาษแห่งที่ 3 ในสวนอุตสาหกรรม 304 อินดัสเตรียล ปาร์ค เพื่อขยายกำลังการผลิตเพิ่มเป็น 820,000 ตันต่อปี รองรับการเติบโตของแบรนด์ดั๊บเบิ้ล เอ ในตลาดโลก คาดสามารถเดินเครื่องผลิตสิ้นปี 2555 มั่นใจทำเลปลอดภัยจากอุทกภัย เนื่องจากอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 20 เมตร

นายชาญวิทย์ จารุสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ดั๊บเบิ้ล เอ มีแผนงานลงทุนตั้งโรงงานผลิตกระดาษแห่งที่ 3 ขึ้นที่จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อขยายกำลังการผลิตกระดาษให้เพิ่มขึ้นเป็น 820,000 ตันต่อปี จากเดิมที่มีกำลังการผลิต 599,000 ตันต่อปี เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดกระดาษดั๊บเบิ้ล เอ เนื่องจากขณะนี้ดั๊บเบิ้ล เอ มีกำลังการผลิตไม่เพียงพอรองรับความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งมีตลาดกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ครอบคุลมทั้ง เอเชีย ยุโรป อเมริกา แอฟริกา และตะวันออกกลาง

“ดั๊บเบิ้ล เอ ตัดสินใจขยายการลงทุนในช่วงนี้ เนื่องจากดั๊บเบิ้ล เอ ต้องการเร่งเพิ่มกำลังการผลิตให้ทันกับการเติบโตของกระดาษดั๊บเบิ้ล เอ ในตลาดโลก โดยเมื่อโรงกระดาษแห่งนี้เดินหน้ากำลังการผลิตได้เต็มที่ จะทำให้ดั๊บเบิ้ล เอมียอดเติบโตในตลาดโลกมากขึ้น โดยเฉพาะการเปิดตลาดใหม่ ๆ ในหลายประเทศในแถบยุโรปตะวันออกและแอฟริกา และเชื่อมั่นว่า วิกฤตอุทกภัยที่ผ่านมา จะไม่กระทบต่อการตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เพราะประเทศไทยมีศักยภาพและความพร้อมรองรับการลงทุนในหลายด้าน” นายชาญวิทย์ กล่าว

ปัจจุบัน ดั๊บเบิ้ล เอ มีโรงงานเยื่อ 2 แห่ง กำลังการผลิตรวม 599,000 ตันต่อปี และโรงงานกระดาษ 2 แห่ง กำลังการผลิตรวม 599,000 ตันต่อปี ตั้งอยู่ในสวนอุตสาหกรรม 304 อินดัสเตรียล ปาร์ค จังหวัดปราจีนบุรี โดยใช้วัตถุดิบในการผลิต คือ ต้นกระดาษดั๊บเบิ้ล เอ ซึ่งดั๊บเบิ้ล เอ วิจัยและพัฒนาพันธุ์จนประสบความสำเร็จ และส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกบนคันนาเพื่อสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัว โดยมีเกษตรกรเข้าร่วมแล้ว 1.5 ล้านราย และสามารถสร้างรายได้เสริมให้กับเกษตรปีละไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท และสามารถสร้างรายได้จากการส่งออกกระดาษให้กับประเทศไม่น้อยกว่าปีละ 10,000 ล้านบาท โดยนับเป็นผู้ผลิตรายเดียวในประเทศไทยและในตลาดโลกที่ผลิตกระดาษจากคันนา และใช้ตราสัญญลักษณ์ Paper from KHAN-NA ซึ่งทำให้ทั่วโลกยอมรับว่าเป็นกระดาษที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและช่วยลดโลกร้อน

เหตุที่ดั๊บเบิ้ล เอ เลือกตั้งโรงกระดาษแห่งที่ 3 ในพื้นที่ของสวนอุตสาหกรรม 304 อินดัสเตรียล ปาร์ค เนื่องจาก เป็นพื้นที่ในบริเวณเดียวกับที่ตั้งโรงงานเดิม ซึ่งดั๊บเบิ้ล เอเคยมีการสำรวจและศึกษามาแล้วตั้งแต่เมื่อ 20 ปีก่อน ว่าเป็นพื้นที่ที่มีความเหมาะสมในหลาย ๆ ด้าน ที่สำคัญคือ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 20 เมตร ไม่มีปัญหาเรื่องอุทกภัย ซึ่งจากเหตุอุทกภัยที่ผ่านมา ก็พิสูจน์แล้วว่า เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง นอกจากนี้ ด้วยโครงสร้างพื้นดินที่แข็งและหนาแน่น ทำให้สามารถรองรับน้ำหนักอาคารและเครื่องจักรขนาดใหญ่ได้ ถึง 2.5 ตันต่อตารางเมตร ลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการสร้างรากฐานโรงงานได้ถึง 20% และยังมีระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีอีกด้วย 

หลังจากวิกฤตอุทกภัยที่ผ่านมา มีนักลงทุนหลายรายที่ยังเชื่อมั่นการลงทุนในประเทศไทย และได้เลือกย้ายฐานผลิตหรือตั้งโรงงานแห่งใหม่ในสวนอุตสาหกรรม 304 อินดัสเตรียล ปาร์ค จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งขณะนี้มีนักลงทุนกว่า 10 รายที่เข้ามาลงทุนแล้วนับตั้งแต่ต้นปี 2555 เป็นต้นมา และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น อาทิ อุตสาหกรรมผลิตเครื่องถ่ายเอกสาร CANON PRACHINBURI (THAILAND) CO., LTD. อุตสาหกรรมชิ้นส่วนเครื่องจักร NICCO MACHINE CO., LTD. NORTHLAND CO., LTD. SANWA METAL CO., LTD. SATO PRESS KOGYO CO., LTD. THAI KYOWA GMB CO., LTD. อุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์ TAGA CO., LTD. และ Y-TEC CO., LTD. และอุตสาหกรรมไอศครีมจากประเทศมาเลเซีย WINSOME GREEN CO., LTD. 

ทำให้ในปี 2555 นี้ เฉพาะการลงทุนในสวนอุตสาหกรรม 304 อินดัสเตรียล ปาร์คแห่งเดียว ก็ช่วยให้เกิดการลงทุนในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 11,600 ล้านบาท และคาดว่าจะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นกว่า 10,400 คน ซึ่งนับเป็นการสะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศเป็นอย่างดี และทำให้ดั๊บเบิ้ล เอ เชื่อมั่นว่า เศรษฐกิจของประเทศไทยพร้อมจะเดินหน้าต่อไป


ที่มา: ดั๊บเบิ้ล เอ 

มีเดียเทกเล็งส่งแพล็ตฟอร์ม 3จี แบบครบวงจรรุกตลาดสมาร์ตโฟนระดับกลางถึงล่าง


มีเดียเทก อิงค์ (MediaTek, Inc.) บริษัทผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ชั้นนำสำหรับการสื่อสารไร้สายและโซลูชั่นดิจิตอลมัลติมีเดีย ประกาศเปิดตัว MT6515 โซลูชั่นสำหรับโทรศัพท์สมาร์ตโฟนทีดีรุ่นสำหรับอนาคตสำหรับตลาดสมาร์ตโฟนระดับต่ำกว่า 1,000 หยวน (ราว 160 ดอลลาร์สหรัฐ) โซลูชั่นแพล็ตฟอร์ม MT6515 สำหรับสมาร์ตโฟนทีดีผสมผสานการทำงานของโพรเซสเซอร์ 1GHz ARM CortexTM-A9 อันทรงพลัง ฮาร์ดแวร์ 3D และปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.0 "Ice-Cream Sandwich" การบุกตลาดสมาร์ตโฟน 3จี ล่าสุดของมีเดียเทกทำให้ได้ระบบที่มีประสิทธิภาพสูง สิ้นเปลืองพลังงานต่ำ และมีอัตราความคุ้มค่าสูง ซึ่งจะยกระดับมาตรฐานความคาดหวังของผู้บริโภคที่มีต่อประสบการณ์การใช้งานสมาร์ตโฟน TD-SCDMA

บริษัทวิจัยการตลาดสตราเทจี อนาลิติกส์ เปิดเผยรายงานฉบับหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ระบุว่า ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2554 จีนได้ก้าวแซงสหรัฐขึ้นไปเป็นตลาดสมาร์ตโฟนขนาดใหญ่ที่สุดในโลกไปแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งโทรศัพท์สมาร์ตโฟนที่ราคาต่ำกว่า 1,000 หยวนเป็นกลุ่มที่เติบโตอย่างรวดเร็วที่สุดในตลาดนี้ โดยมีปัจจัยหลักๆจากการที่บริษัทผู้ให้บริการรายใหญ่ 3 แห่งของจีนเข้ามาซื้อโทรศัพท์ในรุ่นกลุ่มดังกล่าวเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ด้วยเหตุนี้ จีนจึงมียอดจำหน่ายโทรศัพท์สมาร์ตโฟนพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงต้นปี 2554 มีเดียเทก ซึ่งมีประสบการณ์ให้บริการในอุตสาหกรรมนี้มาอย่างนาวนาน ให้ความสนใจในนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง และมีการลงทุนในด้านเทคโนโลยี 3จีเมื่อไม่นานมานี้ จึงมีโอกาสอย่างยิ่งที่จะสามารถตอบสนองความต้องการที่มีเพิ่มขึ้นในตลาดแห่งใหม่ดังกล่าว แพล็ตฟอร์มสมาร์ตโฟนประสิทธิภาพสูง ราคาคุ้มค่า ความร่วมมือจากหุ้นส่วนธุรกิจ (อาทิ บริษัทผู้ให้บริการและผู้ผลิตอุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อน) ทำให้มีเดียเทกจึงก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในการบุกตลาดโทรศัพท์สมาร์ตโฟนระดับกลางและระดับล่างเมื่อไม่นานมานี้

ในฐานะที่เป็นสมาชิกพันธมิตรอุตสาหกรรมทีดี (TDiA) ของจีน มีเดียเทกจึงทุ่มเงินลงทุนมหาศาลให้กับการวิจัยและพัฒนาชิพเซตสำหรับทีดี หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้เปิดตัวมาตรฐาน TD-SCDMA ไปแล้ว แพล็ตฟอร์มผสานการทำงานอย่างทรงประสิทธิภาพ แต่สิ้นเปลืองพลังงานต่ำอันเป็นเอกลักษณ์ของมีเดียเทก ได้รับการแนะนำให้มีการบรรจุไว้ในยุทธศาสตร์การออกแบบแฮนด์เซตของผู้ให้บริการทีดี ปัจจุบัน มีเดียเทกได้นำเสนอชุดแพล็ตฟอร์มสำหรับอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือทีดี ซึ่งออกแบบมาเพื่อสอดรับกับความต้องการของตลาดในจีนเป็นการเฉพาะ ด้วยเหตุนี้ จึงไม่น่าประหลาดใจเท่าใดที่จะพบว่า ในบรรดาอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือทั้งหลายซึ่งบรรจุอยู่ในรายการผลิตภัณฑ์อันหลากหลายของไชน่า โมบายล์ มีผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ใช้งานมากมายที่อาศัยการทำงานของแพล็ตฟอร์มทีดีของมีเดียเทก

วันนี้ มีเดียเทก อิงค์ประกาศเปิดตัว MT6515 โซลูชั่นสำหรับโทรศัพท์สมาร์ตโฟนทีดีรุ่นสำหรับอนาคตสำหรับตลาดสมาร์ตโฟนระดับต่ำกว่า 1,000 หยวน แพล็ตฟอร์มดังกล่าวประกอบไปด้วยโพรเซสเซอร์ 1GHz ARM CortexTM-A9 ฮาร์ดแวร์ 3D และปฏิบัติการแอนดรอยด์ล่าสุด 4.0 "Ice-Cream Sandwich" มีการปรับแอพลลิเคชั่นมัลติมีเดียและความเร็วของอินเทอร์เนตในระดับที่มีความเหมาะสมสูงสุด นอกจากนี้ MT6515 TD-SCDMA ยังมอบแพ็คเกจไช่นา โมบายล์ 3จี อย่างครบวงจร จึงช่วยเพิ่มความเร็วในการส่งมอบผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตไปยังผู้บริโภคได้

ในส่วนของมาตรฐาน WCDMA และมาตรฐานอุปกรณ์ไร้สายรุ่นที่ 3 มีเดียเทกได้พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งต่อยอดจากผลงานการให้บริการอุปกรณ์โทรศัพท์ไร้สายอย่างครบวงจรซึ่งผ่านการพิสูจน์แล้ว ที่ลืมกล่าวถึงไม่ได้คือ MT6573 แพล็ตฟอร์มสมาร์ตโฟน 3.75จี ซึ่งเปิดตัวไปในปีที่แล้ว แพล็ตฟอร์มดังกล่าวใช้งานกับเลอโนโว A60 ซึ่งเป็นแฮนด์เซตขายดีที่สุดของไชน่า ยูนิคอมในกลุ่มสมาร์ตโฟนราคาต่ำกว่า 1,000 หยวน และยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความนิยมโทรศัพท์กลุ่มนี้มีเพิ่มมากขึ้นด้วย

จากพื้นฐานความสำเร็จของ MT6573 มีเดียเทกได้เปิดตัว MT6575 ซึ่งออกแบบเพื่อใช้งานกับแพล็ตฟอร์มระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์รุ่นล่าสุด MT6575 ประกอบไปด้วยโพรเซสเซอร์ 1GHz ARM? CortexTM-A9 และปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.0 "Ice-Cream Sandwich” แพล็ตฟอร์มนี้ยังรองรับการใช้งานซิมคู่ ขณะที่การใช้งานเว็บไซต์ อัตราการสิ้นเปลืองพลังงาน และองค์ประกอบด้านมัลติมีเดียล้วนเป็นไปตามหรือดีกว่ามาตรฐานชั้นนำของอุตสาหกรรม จึงรับประกันได้ว่า MT6575 จะส่งมอบสัมผัสประสบการณ์ที่ราบรื่นยิ่งขึ้นให้กับผู้ใช้ ในปัจจุบันนี้ ลูกค้าชั้นนำจำนวนมากของมีเดียเทกได้นำ MT6575 ติดตั้งเข้าเป็นส่วนประกอบของโทรศัพท์สมาร์ตโฟนของพวกเขา ส่วนโมเดลสมาร์ตโฟนรุ่นแรกที่จะอาศัยการทำงานของแพล็ตฟอร์มใหม่นี้จะออกสู่ตลาดปลายเดือนนี้

“หนึ่งในจุดแข็งที่สุดของมีเดียเทกมาโดยตลอด คือ การใช้งานผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเพื่อช่วยให้ลูกค้าของเราได้มองเห็นถึงความต้องการของตลาด และเรายังคงธรรมเนียมปฏิบัติเพื่อความเป็นเลิศนี้ไว้ ในขณะที่เราขยายตัวเข้าสู่ตลาดสมาร์ตโฟนที่เติบโตขึ้น นวัตกรรมเทคโนโลยีชิพเซตของมีเดียเทก ที่มาพร้อมกับดีไซน์และโมเดลโซลูชั่นซอฟต์แวร์ที่ครบวงจร เพื่อสร้างความมั่นใจว่า ลูกค้าของเราจะสามารถหาช่องเจาะตลาดสมาร์ตโฟนระดับกลางและล่างในอนาคตได้ โดยมีราคาที่คุ้มค่า รวมทั้งการใช้พลังงานและทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้” ชิง-เจียง เซียะ (Ching-Jiang Hsieh) ประธานมีเดียเทก กล่าว


ที่มา: อินโฟเควสท์

อีลิทคอร์เผยผู้ให้บริการโทรคมนาคมชั้นนำหลายแห่งใช้โซลูชั่น mobile data offload ของบริษัท


บริษัทดำเนินการทดสอบ Wi-Fi offload อย่างต่อเนื่อง 15 จุดทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา รวมถึงเอเชียแปซิฟิก

อีลิทคอร์ เทคโนโลยีส์ (Elitecore Technologies) ผู้นำด้านโซลูชั่นซอฟต์แวร์โทรคมนาคม (OSS / BSS) ประกาศความสำเร็จในการใช้โซลูชั่น mobile data offload ในตลาดสำคัญๆหลายแห่ง โซลูชั่นดังกล่าวเปิดตัวเมื่อปีที่แล้วสำหรับผู้ให้บริการโทรคมนาคมที่ต้องการเทคโนโลยี Wi-Fi offload เพื่อรองรับการใช้งานสมาร์ทโฟนและแอพพลิเคชั่นต่างๆที่ต้องใช้แบนด์วิดท์จำนวนมาก และยังขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อไม่นานมานี้ อีลิทคอร์ได้ใช้แพลตฟอร์มบริหารจัดการบริการ mobile data offload ในปฏิบัติการสดสำหรับผู้ให้บริการโทรคมนาคมชั้นนำในเอเชียแปซิฟิก

แม้ว่าข้อมูลบรอดแบนด์มือถือจะมีอัตราการเติบโตถึง 150% ต่อปี โดยเฉพาะวิดีโออย่างเดียวจะมีสัดส่วนถึง 67% ภายในปี 2558 แต่อัตราการเติบโตต่อเนื่องอย่างดีที่สุดอยู่แค่ระดับ 6% ดังนั้นจึงมีช่องว่างอย่างมากระหว่างความต้องการข้อมูลของผู้บริโภคกับความสามารถของผู้ให้บริการโทรคมนาคมในการเติมเต็มความต้องการดังกล่าว ทั้งที่ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนสูงสุด 13% ใช้ช่องทางส่งผ่านข้อมูลมากถึง 78% ของทั้งหมด

เมื่อพิจารณาจากข้อมูลไร้สาย 60% มีการใช้ภายในเครือข่ายปกติแล้ว ดังนั้นจึงมีโอกาสสูงมากที่การใช้งานบนเครือข่าย Wi-Fi จะสูงมาก ซึ่งผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคมจะได้ประโยชน์จากการลงทุนต่ำ ขณะที่ผู้ลงทะเบียนใช้งานก็เพลิดเพลินกับประสบการณ์การใช้งานที่มีคุณภาพ ซึ่งรวมถึงมัลติมีเดีย สตรีมมิ่ง วิดีโอ

นิคฮิล เจน (Nikhil Jain) หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการและผู้อำนวยการบริษัท อีลิทคอร์ เทคโนโลยีส์ กล่าวว่า “เห็นได้ชัดว่าโร้ดแม็ป Wi-Fi เป็นประโยชน์กับทั้งผู้ให้บริการโทรคมนาคมและผู้ลงทะเบียนใช้งาน โซลูชั่นของเราช่วยเหลือผู้ให้บริการโทรคมนาคมในการแก้ปัญหาแบบบูรณาการเรื่องการใช้งานด้านไอทีและ Wi-Fi ปัจจุบันเรามีจุดประสานงานแพลตฟอร์มบริหารจัดการบริการ Wi-Fi ร่วมกับผู้ให้บริการโทรคมนาคมชั้นนำกว่า 15 จุดทั่วภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอินเดีย”

นิคฮิลกล่าวเสริมว่า “สิ่งที่ดีที่สุดที่เรามอบให้แก่ผู้ให้บริการโทรคมนาคมคือ เราสนับสนุนธุรกิจนวัตกรรมโดยพิจารณาจากความพร้อมของผู้ให้บริการในการให้บริการ Wi-Fi ด้วยประสบการณ์ยาวนาน 12 ปีของเราในการจัดหาโซลูชั่นต่างๆให้แก่ตลาด Wi-Fi”

โซลูชั่น MDO ของอีลิทคอร์ สามารถผสมผสานเข้ากับแพลตฟอร์ม Wi-Fi Access Controllers, IN, GGSN, Billing & Mediation ได้เป็นอย่างดี ผ่านจุดประสานงานทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา และอินเดีย และประสบความสำเร็จในการทดสอบการใช้งานเพื่อรองรับอุปกรณ์ต่างๆ และธุรกิจนวัตกรรมหลากหลายรูปแบบ โดยพิจารณาจากความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานของผู้ให้บริการในการเปิดตัวและทำการตลาดบริการ Wi-Fi นอกจากนั้นยังก่อให้เกิดการทำธุรกิจแบบธุรกิจกับธุรกิจ (B2B) และธุรกิจกับลูกค้า (B2C) รูปแบบใหม่ ขณะเดียวกันก็ช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องการบริหารจัดการคู่ค้าและการติดต่อสื่อสาร

โซลูชั่น mobile data offload ของอีลิทคอร์ เป็นแพลตฟอร์มบริหารจัดการบริการ Wi-Fi ที่ครบถ้วนสมบูรณ์อันประกอบไปด้วย EliteAAA, Captive Portal, Crestel Charging, Crestel Partner management และ Elite Charging Gateway ซึ่งช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ด้านการพิสูจน์เอกลักษณ์ การชำระเงิน และการใช้งานร่วมกับ Mobile core ทั้งนี้ อีลิทคอร์มีการใช้ Wi-Fi กว่า 2,500 จุดทั่วโลก หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถแวะเวียนไปหาเราได้ที่งาน MWC 2012 Barcelona ที่ฮอลล์ 2.1 บูธ A27


ที่มา: อินโฟเควสท์

หอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ และเจโทร ร่วมกับกระทรวงแรงงาน จัดนัดพบแรงงาน




มร. มิโนรุ ฟูรูซาว่า รองประธานหอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ(JCC) และ มร. เซ็ทซึโอะ อิอูจิ ประธาน เจโทร กรุงเทพฯ ร่วมกับกระทรวงแรงงานจัดงานนัดพบแรงงาน “ไทย-ญี่ปุ่นก้าวไปด้วยกัน” ในวันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ 2555 ณ ลานจอดรถห้างอยุธยาพาร์ค จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเป็นกิจกรรมนายจ้างญี่ปุ่น พบแรงงานที่ถูกเลิกจ้างจากเหตุการณ์น้ำท่วมหรือแรงงานว่างงาน


ที่มา: เดนท์สุ (ประเทศไทย) 

AIT ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดงานเสวนา ‘อนาคตประเทศไทยภายใต้การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร’



บริษัท แอ็ดวานซ์อินฟอร์เมชั่นเทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย จัดงานเสวนาเนื่องในโอกาสฉลองการดำเนินงานครบรอบ 20 ปีของบริษัทฯ ภายใต้หัวข้อ ‘อนาคตประเทศไทยภายใต้การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร’ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ ที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้แก่ คุณอัศวิน กังวลกิจ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินและแผนงานยุทธศาสตร์ บริษัท แอ็ดวานซ์อินฟอร์เมชั่นเทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT, ดร.ธัชพล โปษยานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิสโก้ ซิสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด, คุณณัฐศักดิ์ โรจนพิเชฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออราเคิล คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด, คุณอริยะ พนมยงค์ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจประจำประเทศไทย บริษัท กูเกิล ประเทศไทย จำกัด และดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ รองประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของไทยให้มีความแข็งแกร่ง รองรับกับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีการสื่อสารสมัยใหม่และเตรียมพร้อมการก้าวสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558 

โดยงานเสวนาครั้งนี้ จะจัดขึ้นในวันที่ 13 มีนาคม 2555 เวลา 13.00-16.30 น. ที่หอประชุมศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย ชั้น 3 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ผู้สนใจสามารถสำรองที่นั่งโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ที่คุณรัชชา หมายเลขโทรศัพท์ 02 248 7967-8

ที่มา: มาสเตอร์ มายด์ คอมมิวนิเคชั่นส์ 

นับถอยหลังกีฬามหาวิทยาลัยครั้งที่ 39 ระหว่าง 1-8 พ.ค.นี้ ม.อ.เตรียมพร้อมรับ 2 หมื่นชีวิต ร่วมชิงชัย 28 ประเภทกีฬา ชูแนวคิด ‘ผสานพลังสร้างสุขเพื่อชุมชน’ สอดรับสังคมพหุวัฒนธรรม




ม.อ.เตรียมความพร้อมจัดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยครั้งที่ 39 “สงขลานครินทร์ เกมส์” เผยความคืบหน้าด้านสถานที่เตรียมพร้อมเต็มที่ หลังทุ่มงบประมาณกว่า 472.5 ล้านบาทในการปรับปรุงและสร้างสนามแข่งขันในมหาวิทยาลัย เพื่อรองรับนักกีฬาและเจ้าหน้าที่รวมกว่า 2 หมื่นชีวิต จาก 117 สถาบันทั่วประเทศ ที่จะเข้าร่วมชิงชัยในการแข่งขัน 28 ประเภทกีฬา เผยจะใช้โอกาสนี้สร้างความเชื่อมั่นให้กับคนไทยทั้งประเทศ รวมถึงนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติได้ตระหนักถึงการใช้ชีวิตของชุมชนชาวใต้ที่มีวิถีแห่งพหุวัฒนธรรม ได้เห็นถึงความสงบสุขและความปลอดภัย รวมทั้งใช้เป็นโอกาสในการสร้างจิตสำนึกในการออกกำลังกายให้กับคนในชุมชนด้วย 

รองศาสตราจารย์ ดร.บุญสม ศิริบำรุงสุข อธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เปิดเผยว่า ตามที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 39 “สงขลานครินทร์ เกมส์” ซึ่งจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 1-8 พฤษภาคม 2555 นั้น ในขณะนี้มหาวิทยาลัยได้เตรียมความพร้อม ทั้งทางด้านสถานที่ การจัดการแข่งขัน สนามแข่งขัน ตลอดจนศูนย์กีฬาที่มีความพร้อมที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว รวมถึงความพร้อมด้านความร่วมมือ ซึ่งนอกจากจะได้รับความร่วมมือระหว่างสถาบันที่เข้าแข่งขันแล้ว มหาวิทยาลัยยังได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานทุกระดับในพื้นที่จังหวัดสงขลา และวิทยาเขตต่างๆ รวมทั้งได้รับการสนับสนุนจากองค์กรเอกชน ที่จะร่วมกันดำเนินการจัดแข่งขันกีฬาให้เป็นไปอย่างเรียบร้อยสมบูรณ์อีกด้วย

อธิการบดี ม.อ.กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ม.อ.มีความพร้อมในระดับหนึ่ง สำหรับการแข่งขัน “สงขลานครินทร์ เกมส์” ซึ่งเดิมได้มีการกำหนดแข่งขันระหว่างวันที่ 14-21 มกราคม 2555 แต่เนื่องจากเกิดอุทกภัยในภาคกลาง ส่งผลให้มหาวิทยาลัยกว่า 60 แห่งในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ประสบปัญหา สนามกีฬาได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก การคัดเลือกนักกีฬาไม่สามารถดำเนินการได้แล้วเสร็จตามที่กำหนดไว้ อีกทั้งโรงงานผลิตอุปกรณ์ประกอบสนามและอุปกรณ์กีฬาหลายรายการในกรุงเทพฯ ถูกน้ำท่วมสูง เกิดปัญหาด้านการคมนาคม ทำให้ไม่สามารถส่งอุปกรณ์มายังมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้ทันตามกำหนดเวลาที่วางแผนไว้ มีผลให้ระยะเวลาแล้วเสร็จในการก่อสร้างสนามกีฬาของมหาวิทยาลัยต้องขยายออกไป คณะกรรมการบริหารกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (กกมท.) และคณะกรรมการดำเนินการจัดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 39 จึงได้มีมติให้เลื่อนการจัดการแข่งขันออกไป เป็นวันที่ 1- 8 พฤษภาคม 2555 ทำให้มหาวิทยาลัยได้มีโอกาสเตรียมการที่นานขึ้น และมีความพร้อมมากขึ้น 

ทั้งนี้ ม.อ.จะใช้โอกาสในการแข่งขันกีฬาครั้งนี้ สร้างประโยชน์เพื่อชุมชนภาคใต้ใน 2 ด้าน โดยจะใช้เป็นโอกาสในการสร้างความเชื่อมั่น ด้วยการสื่อสารผ่านนักกีฬาที่เข้าร่วมแข่งขันไปยังคนไทยทั้งประเทศ ให้ทราบถึงสภาพความเป็นอยู่ การใช้ชีวิตของคนไทยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจแก่นักท่องเที่ยวและนักลงทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และประกาศให้เห็นถึงความสงบสุข และความปลอดภัยของการดำรงชีวิตในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้พยายามส่งเสริมและดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังถือเป็นโอกาสในการสร้างจิตสำนึกด้านการออกกำลังกาย เพื่อให้พี่น้องประชาชนในจังหวัดสงขลา ให้ความสำคัญกับการเล่นกีฬา หันมาใส่ใจดูแลสุขภาพ โดยจะมีการส่งเสริมและจัดกิจกรรมให้เยาวชนเห็นคุณค่าของการออกกำลังกาย เพื่อเป็นหนทางที่จะพัฒนาให้ประเทศไทยแข็งแรงและก้าวสู่ความเจริญต่อไปในอนาคต โอกาสนี้ มหาวิทยาลัยจึงกำหนดจัดการประชุมวิชาการระหว่างการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยในครั้งนี้ในหัวข้อ “มหาวิทยาลัย : สรวงสวรรค์แห่งการกีฬา ผสานพลังสร้างสุขเพื่อชุมชน” ซึ่งจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 30 เมษายน – 1 พฤษภาคม 2555 เพื่อให้สอดคล้องกับบรรยากาศ ความพร้อม และโอกาสของมหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ ที่จะได้รับจากการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในครั้งนี้

ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัติ แก้วประดับ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษา กีฬาและวัฒนธรรม ม.อ. กล่าวเพิ่มเติมว่า การแข่งขันในครั้งนี้จะมีการแข่งขัน 28 ชนิดกีฬา มีสถาบันอุดมศึกษาเข้าร่วมการแข่งขันถึง 117 สถาบัน และคาดว่าจะมีทั้งนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม จำนวนถึงประมาณ 20,000 คน โดยจะการแข่งขันใช้สนามแข่งขัน 2 ส่วน คือ ในบริเวณมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ และสนามแข่งขันซึ่งได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานอื่นๆ ในจังหวัดสงขลา

สำหรับสนามแข่งขันในบริเวณมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ได้ปรับปรุงและสร้างเพิ่มเติมโดยใช้งบประมาณ 472.5 ล้านบาท จะสร้างเสร็จสมบูรณ์พร้อมใช้งานในสิ้นเดือนมีนาคม 2555 ซึ่งนับได้ว่าเป็นศูนย์การแข่งขันกีฬาที่มีความพร้อมมากที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้ โดยแบ่งสนามสนามการแข่งขันออกเป็น 2 พื้นที่ คือ ส่วน Main stadium ซึ่งใช้เป็นที่ทำพิธีเปิด-ปิดการแข่งขัน การแข่งขันฟุตบอล กรีฑา และส่วนของอาคารศูนย์กีฬา ซึ่งประกอบด้วย กลุ่มอาคารต่างๆ ได้แก่ อาคารศูนย์กีฬา 3 ชั้น ภายในประกอบด้วย สนามแข่งขันบาสเก็ตบอล แบดมินตัน ดาบไทย ห้องประชุม ห้องฝ่ายเทคนิค กกมท. ห้องแถลงข่าว Press center ฝ่ายประมวลผลการแข่งขัน, อาคารยิมเนเซียม, อาคารกีฬาในร่ม, อาคารกีฬาอเนกประสงค์, สระว่ายน้ำ 25 เมตร, สระว่ายน้ำ 50 เมตร, สนามเทนนิส 5 คอร์ต, สนามเปตอง 26 สนาม, สนามวอลเลย์บอลชายหาด 1 สนาม และลานกิจกรรม

นอกจากนี้ จะใช้ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์จัดการแข่งขัน 5 ชนิดกีฬา ได้แก่ เทควันโด, ยูโด, คาราเต้-โด, มวยสากลสมัครเล่น และ ปันจักสีลัต (กีฬาสาธิต)

ส่วนการแข่งขันภายนอกมหาวิทยาลัยนั้น เราได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากหน่วยงานทั้งภาคราชการและภาคเอกชนในจังหวัดสงขลา ให้ความอนุเคราะห์สถานที่แข่งขัน เช่น มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย มหาวิทยาลัยทักษิณ มณฑลทหารบกที่ 42 เทศบาลนครหาดใหญ่ เทศบาลนครสงขลา องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัติกล่าว

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยได้เตรียมสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิเช่น ที่พักในบริเวณมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ สามารถจัดสรรให้สำหรับเจ้าหน้าที่และนักกีฬา จำนวน 8,000 คน ที่พักภายนอกมหาวิทยาลัย โรงแรมภายในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยว สามารถรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลได้ถึง 20,000 คน ตลอดจนระบบรักษาความปลอดภัยในมหาวิทยาลัย สัญญาณอินเทอร์เน็ต WiFi ศูนย์อาหารใกล้บริเวณที่พักนักกีฬา ร้านอาหารในชุมชนและในศูนย์การค้ารอบรั้วมหาวิทยาลัย รวมถึงรถบริการรับส่งนักกีฬาไปยังสนามแข่งขันอีกด้วย

“พิธีเปิดการแข่งขัน จะจัดขึ้นที่ Main stadium ม.อ.หาดใหญ่ ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2555 เวลา 17.00-19.45 น. โดยนายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ให้เกียรติเดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิด ซึ่งการเตรียมความพร้อมในขณะนี้ที่เรียกได้ว่า พร้อมครบทุกด้านแล้ว ทำให้ ม.อ.เชื่อว่า ผู้เข้าร่วมการแข่งขันทั้งนักกีฬาและเจ้าหน้าที่จะได้รับความประทับใจ ตลอดระยะเวลาจัดงานอย่างแน่นอน” รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษา กีฬาและวัฒนธรรม ม.อ.กล่าว


ที่มา: มาสเตอร์ มายด์ คอมมิวนิเคชั่นส์